วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผู้ประมาณตน | Expert

สัญญาณลับส่องเช้า
โลกแค่ช่วงแขนจากพื้น
หัวเราะกับตนเอง
ใครหรือ จักก้มลงทัศนา

เธอชูคอชมเมฆฟ้า
ข้างต้นผู้สูงส่ง
เรามิอาจเท่าเทียม

ชั่วระยะลมนิ่ง
ค้อมคารวะความต่าง
ทุนบุญนอบน้อม
สำเหนียกในหมากผล

ในทางสีเปลือกไม้
ร่องรอยการดิ้นรน
ความงามตะปุ่มตะป่ำ
วนซ้าย วาดเว้าแหว่ง
วนขวา แต้มกาบเผยอ
'ลำบากทำกำไรงาม'

| ทางหอม
• อัง.12.11.2556
▪︎ปรุงใหม่ ศ.25.12.2563

---
Secret signal in the morning
The world is just arm from the ground
Laugh at myself
Who will bow down to take a tour

She raised her head to admire the clouds
Above the noble
We cannot be equal

For the rest of the wind
Salute the difference
Submissive merit capital
Perceptive

In the bark color way
Traces of struggle
Knobby beauty
The left loop draws indented.
Right loop
'Difficult and profitable'

| ThangHom
• Ang. 12.11.2556
▪︎Newly cooked Fri 25.12.2020

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563

การงานอันมั่นคง | Stable work




เมื่อเริ่มจำความได้
ข้าฯยังไม่ได้ยินคำ
"การงานอันมั่นคง"
แค่เลาะเลี้ยงควาย ตามทุ่งนา ป่าข้าว คันแท แลป่าละเมาะหัวนา

เมื่อเข้าโรงเรียน
ยังเพบิดเพลินเล่นตามประสา
แตะบอล แตะตะกร้อ ตีวอลเลย์ พอได้
เข้าห้องสมุด พอใจ
ไม่คิดอ่านความจริง "การงานอันมั่นคง"

แล้วเข้าวิทยาลัย
ยังตามหาหนังสือวรรณกรรม ชวนคิด ชวนอ่าน ชวนฝัน...
สนุกเดินในตรอกขนานทางชยางกูรในเมืองอุบล
หลังโรงแรมปทุมรัตน์ ไปร้าน "M" ข้างตลาด6 หลังโรงแรมรีเจนท์
ไม่ใฝ่รู้กลไก "การงานอันมั่นคง"

พอเรียนจบ ได้งาน ทำงาน
"เงินเดือน" ใช้จ่าย
"การงานอันมั่นคง" จ่ายเงินเดือนให้
ยังสนุกกับการงานคิด เขียน พานักเรียนอ่าน คิด แล้วเขียน...เป็นหนังสือ

มามีเมีย มีลูก มีพันธะ
"การงานอันมั่นคง" ให้เครดิตตามประสงค์
ให้มีหนี้ก้อนเท่าภูเขาพระสุเมรุ
ให้คิดอ่าน "ทำไมเราจึงตกหลุมพราง"

กี่ปีจากนี้
หนี้จึงจะลดและหมดสิ้น
เมื่อเช้านี้ เรายังต้องไปเซ็นชื่อกู้เงินเพิ่ม
กี่ปีจากนี้
ด้วยหนทางใด ในวัยทองเปลวบางๆ
เราจึงจะพบ "การงานอันมั่งคั่ง"

ทางหอม
พุธ 23.12.2563

---


When I start to remember

 I still haven't heard the word.

 "Stable work"

 Just feed the buffalo in the fields, rice forests, KHANTAENAA 
and grove of fields


 When entering school

 Young Phe twisted, enjoyed playing as it was.

 Tap the ball, touch the whisk, hit the volley.

 Entering the library is satisfied.

 Don't think to read the truth  "Stable work"


 And went to college

 Still searching for a literary book that is thought to be dreamy to read ...

 Fun walk in the alley along Chayangkun Road in Ubon City

 Behind Pathumrat Hotel, go to the "M" shop, 6 behind the market, Regent Hotel

 Not keen to know the mechanism  "Stable work"


 When I graduated, I got a job.

 "Salary" spending

 "Stable work" paid a salary

 Also enjoys working, thinking, writing, taking students to read, thinking and writing ... in books


 Mama wives have children, have bonds

 "Stable work" gives credit as desired.

 To have the same amount of debt as Mount Phra Sumen

 Think about it, "Why do we fall into a trap?"


 How many years from now

 The debt will reduce and put an end to it.

 This morning we still had to sign additional loans.

 How many years from now

 By any means in the golden age

 So we will find "wealthy works"


 ThangHom

 Wed 23.12.2020


 ---

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผู้ข้องอยู่นาน | Longtime participant



คำสารภาพของเดือนอ้าย
สะเทือนทั่วสากลธาตุ
ไม่มีดอกไม้และลมหนาว
พายุหิวกระหาย
โจมตีทุกถิ่นที่

เธอหย่อนตัวนิ่ง
ข้องกับกิ่งรักกิ่งหลง
นานเท่านาน

คำเตือนของฝุ่นดิน
ระคนห่วงใย
เพียงชั่วใบไม้พลิกไหว
'ไม่แน่! ไม่แน่!'

กลิ่นข้าวใหม่
เธอมิยอมดอมหอม
อวลไอในหวดเก่า
เธอวางทิ้งเหมือนเศษชิ้นความชัง

ต่างหมายในหมาย
ต่างเพลินผจญเพลิน

ทางหอม
จ.11.11.2556
ปรับปรุง จ.22.12.2563

---

Confession of First month
Shaken across the universal element
No flowers and cold wind
Hungry storm
Attack everywhere

She fell still.
In connection with King Rak King Long
How long

Warning of soil dust
Concerned people
Just a moment the leaves turn around
'Of course not! Not sure! '

New rice smell
She does not perfection.
Awali in an old steamer
You left it like a piece of hate

Different mean
Enjoy the fun

ThangHom
Mon 11.11.2012
Update Mon 22.12.2020

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ยังอยู่ | Still at the same place

เลยเถียงนาขึ้นไป
ยังเหลือป่าหัวนาของพ่อใหญ่
ยังเหลือซุมแซงไม้กกใหญ่ๆ
ยังเหลือเห็ดหมู่งามหลังยามฝนใหม่ดอกใหญ่ๆ
ยังเหลือผลไม้หน่วยใหญ่ๆ
ยังเหลือเฟือยไม้เคียใหญ่ๆ
ยังเหลือฟืนโด้นใหญ่ๆ
ยังเหลืองูโตใหญ่ๆ
ยังเหลือหนูพุกขวยใหญ่ๆ
ยังเหลือกะปอมก่าโตใหญ่ๆ
ยังเหลือมดแดงฮังใหญ่ๆ
ยังเหลือบ่างโตใหญ่ๆ
ยังเหลือเส้นทางย่างคองใหญ่ๆ
ยังเหลือหญ้าคาให้เกี่ยวมามุงเถียงใหม่ๆ
ยังเหลือเสียงนกเป็นเพลงลำกลอนใหม่ๆ
ยังเหลือบรรยากาศดอกไม้ป่าหอมมาใหม่ๆ

เลยเถียงนาขึ้นไป
ยังเหลือแบบนี้อยู่หลายปานใด๋
ในโลกใบเก่าๆ
ในยุคออนไลน์ลอยไปไหว่ๆ

|ทางหอม
จ.21.12.2563

---
Therefore arguing the field up
The forest remains of the big father's fields
Still left with a large reed.
Still remaining beautiful village mushrooms after a big new rain
There are still large pieces of fruit left.
There is still plenty of big kea
There is still a big firewood.
There are still big snakes.
There are still big vicious rats.
There is still a big big kompom.
There are still large red ants.
There are still large marmots left.
There is still a big Kong grill path left.
There is still a new crop of grass to come and argue
Still, the bird's voice is still a new poem
There are still new fragrant wild flowers atmosphere.

Therefore arguing the field up
There are still many things like this.
In the old world
In the online age, floating away.

ThangHom
Mon 21.12.2020
|Translate by translate.google.com|

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563

จำจื่อ | Remember



คราวยังน้อย
หัวใจดวงหนึ่ง
บานแบ่งดั่งพั้วดอกสะหมั่ง
หอมปานกะยอมเดือนสาม
ใสคือน้ำค้างอยู่ใบหญ้าเคียแดงเลื้อยเกาะก่ายตอเฟียง บ่อนนั่น

จำจื่อคำผญา
"เฮือคาแก้ง เกวียนเห็นให้เกวียนแก่
บัดเทื่อฮอดแม่น้ำ เฮือสิได้แก่เกวียน"
"กากินปลิงไปคาคอแฮ่ง เฮือคาแก้งไปล่มเคิ่งวัง"

จำจื่อ
เถียงนา
   พักเซาเนาหยั้ง
คันแทนา
  เลาะลัดเลี้ยง เล่น ลำร้อง
แจนา
  ปลาข่อน หอมผักกะแยง
ป่าหัวนา
  เห็ดขอน เห็ดหนา เห็ดไค เห็ดน้ำหมาก ผักติ้ว เคยเก็บ
โพนตีนป่ากะยอม หมากเล็บแมว ลอมคอม เคียหมากอีโก่ย ส้มลม
  ปลูกผักบั่วเขียวงามมีดอก ลมหนาวสะท้าน

จำจื่อ
โลกของธรรมชาติวาดแต้ม แต่งใจ
โลกที่บ่มีคน!

|ทางหอม
ศ.18.12.2563


วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"เพิ่มเข้า ตัดออก" ในนวนิยาย | #3 คิดเขียนนวนิยาย กับ ทางหอม บทเรียนจาก 'ข่อหล่อเพื่อนกัน'

หลังจากเราแต่งนวนิยายกันแล้ว อาจจบ 1 บท หลายบท หรือจบทุกบทครบเป็นเรื่องตามที่วางแผนไว้แล้ว ก็ควรทิ้งไว้สักหน่อย อาจสอง-สามวัน หรืออาจเป็นสัปดาห์ ก็ดี จากนั้น ก็ได้เวลากลับมาอ่านผลงานของตนอีกครั้งนะครับ อ่านเพื่อ ปรับปรุง แก้ไข พัฒนาต้นฉบับนวนิยาย ให้สมบูรณ์นั่นเอง

ขั้นตอนนี้ อาจเรียกง่ายๆ ว่า "เพิ่มเข้า ตัดออก" ครับ เป็นหลักการทั่วไปของการทำงานศิลปะ ที่ทางหอมได้ยินได้ฟังมา

ตอนผมเขียน ข่อหล่อเพื่อนกัน นั้น หลังตะลุยเขียนจบทั้ง 10 บท จำไม่ผิด บางบทเขียนจบแล้วอ่านแก้ไขเลย หลายบททิ้งไว้หลายวัน ค่อยอ่านแล้วแก้ไข

การแก้ไข ข่อหล่อเพื่อนกัน ผมเน้นดูความถูกต้องของข้อมูลชุดเกี่ยวกับสาระของหนังสือดีที่เยาวชนควรได้รู้จัก เผื่อได้มีโอกาสขวนขวายมาอ่านกัน โดยตรวจสอบชื่อนวนิยาย ชื่อผู้แต่ง ชื่อผู้แปลของหนังสือทั้ง 10 เล่ม ที่นำมาแทรกในเนื้อหาแต่ละบทๆ ละเล่ม

ทีนี้ มาดูเนื้อหาที่ผมเพิ่มเข้าไปกัน  ผมเพิ่มเนื้อหา 2 อย่าง หนึ่ง ตรงที่พรรณนาฉากให้สมจริง เพิ่มคำเข้าไป ให้ใกล้เคียงกับที่จินตนาการไว้ ให้ได้มากที่สุด ขยายประโยคด้วยความเปรียบให้ผู้อ่านจินตนาการตามได้  บางแห่งเพิ่มเป็นย่อหน้าก็มี และสอง ตรงที่บรรยายตัวละคร เพิ่มคำ เพิ่มวลี บางแห่งก็เพิ่มเป็นประโยคเลยทีเดียว เพราะต้องการให้ตัวละครมีมิติ มีมุมกว้าง มีส่วนลึก มีบุคลิก มีเอกลักษณ์ สื่อถึงตัวตนเฉพาะให้ตัวละครมีที่มา มีพื้นปูมความคิดอ่านด้วย

ส่วนเนื้อหาที่ตัดออก ไม่มีเป็นชุดเนื้อหา เหมือนที่เพิ่มเข้าครับ เพราะ ข่อหล่อเพื่อนกัน แต่งเป็นบทสั้นๆ แต่จะว่าไม่มีเลยก็ไม่เชิง การตัดคำที่ไม่ทำงานหรือไม่ตรงตามที่คิดออกจากประโยคนั้น ๆ อาจเป็นส่วนสำคัญสำหรับการพัฒนาต้นฉบับข่อหล่อเพื่อนกัน
ผมว่านะ ผู้อ่านลองกลับไปอ่านดูอีกที ว่าใช่ ไม่ใช่ 55

นี่เป็นเพียงตัวอย่าง การเพิ่มเข้า การตัดออก ในการแต่งนวนิยาย อันเป็นบทเรียนจาก ข่อหล่อเพื่อนกัน ที่ ทางหอม อยากบอกต่อ

เป็นไงบ้างครับ  ลงมือเขียนนวนิยายกันไปถึงไหนแล้ว  เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

ไว้พบกันในโพสต์หน้าครับ บ๊าย...




ที่ตั้ง | The location

เด็กน้อยเลี้ยงควาย
คิดในทุ่งแบบง่ายๆ
มีเวลา ร้องลำฉ่ำหู
มีเวลา ไหว้เสียงสายลมพัดใบสะแบง
มีเวลา บูชาเสียงนกนาร่ายลำนำนิราศ
มีเวลา คารวะแสงเช้าต้องเม็ดน้ำค้างบนใบหญ้า
มีเวลา หัวเราะดังๆ
มีเวลา ยิ้มแก้มปริ
มีเวลา ร้องให้โฮเป็นเพลงยาว
แต่ ไม่เคยเหงา ไม่มีท้อ

กี่ปี กี่ทศวรรษ
ไม่รู้จักโรคซึมเศร้า
ไม่รู้ว่าทำไมคนเราต้องฆ่าตัวตาย
ไม่รู้จักการโกรธ เกลียดชัง สาปแช่ง ทำลายล้าง
ไม่รู้จักการโกงกินและหมกเม็ด
ไม่รู้จักการดูถูก ตำหนิ ด่าว่าแต่คนอื่น
ไม่รู้จักแผนการยึดครอง กักขัง เข่นฆ่า
ไม่รู้จักยุทธการกดทับ เหยียบย่ำ บดขยี้อย่างแสบสันสามานย์
ไม่รู้จักการพูดเอาแต่ดีแต่เด่น ส่วนการกระทำ เอาแต่เลวแต่ทรามแต่ทรุด
ไม่รู้จักการประจบเลียจนลิ้นยาวกว่าขบวนรถไฟดีเซลรางใกล้ปลดระวาง
ไม่รู้จักตำแหน่งแห่งที่ ค่าต๋ง ค่าส่วย ค่าหัวคิว ค่าคุ้มครอง...
ไม่รู้จักการใช้อำนาจบาตรใหญ่เบ่งอ้างอำพรางร่างซาตานพันธุ์อมตะ
ไม่รู้จักการหลอกหลอนโฆษณาชวนเชื่อสี่ซ้าห้าเวลา ต่อวัน ต่อชั่วโมง ต่อนาที
ไม่รู้จักการให้ร้ายบ่ายเบน เกณฑ์คนเป็นโล่ อำใครเล่น แบบกลวงปนกะลา
ไม่รู้จักหน้าไหว้เป็นพิธี หลังหลอกเป็นการเป็นงาน
ไม่รู้จักหน้าเนื้อโลดแล่นยิ่งละครรัก ใจเสือดุจตำนานมีชีวิตตรงหน้าสาธารณะ
ไม่รู้จักจัดฉากสร้างอีเว้นต์การกุศลบ่ายบังเบื้องหลังอำมหิตผิดมนุษย์
ไม่รู้จักการเฉยเมยต่อเคราะห์กรรมผู้คนรอบข้าง
ไม่รู้จักวิธีการตระบัดสัตย์ง่ายๆ ธรรมดาๆ เช้าเย็น

เด็กนอนบนหลังควายยามเย็น
ชมทุ่งสีข้าวสุกเหลืองอร่าม
ชื่นในทุ่งข้าวเขียวคำรบสองด้วยลูกข้าวขึ้นขจี
ณ ที่ตั้ง
กลางทุ่งรักทุ่งฝันนิรันดร์นั้น

|ทางหอม
พุธ.16.12.2563

บ่มี บ่ทัน | No, not in time



ตื่นสาย
บ่มีเวลาแล้ว
เดี๋ยวไปทำงานไม่ทัน
เจ้านาย เพื่อนที่ทำงาน จะว่า
โลกจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ทำช้า
บ่มีเวลาแล้ว
เดี๋ยวรายงานไม่ทัน
เงินเดือนจะแป๊ก โบนัสจะร่วง
จักรวาลจะระเบิดไม่มีชิ้นดี

เนื้องาน
บ่มีเวลาแล้ว
เอาแค่นี่ล่ะ พอได้ส่ง
จะได้ไม่ต้องบันทึกและให้ปากคำ
แก่นงาน ผลต่อแผ่นดินอ่อน
อยู่ฟากโลกฟากป่าบักเยาบักเล็บแมว...

บ่มีเวลาแล้ว
บ่ทันแล้ว
คนดีๆ อย่าถาม...
เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนมา
ดีแล้วๆ

|ทางหอม
อัง.15.12.2563


วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผู้ข้ามพ้น | Transcendent

ผู้ข้ามพ้น


ไออุ่นของวันห่วงหา

ทุ่งนาสีดอกแคแดง

ผู้อยู่ไกลรำพัน

ฟังสิ! บทเพลงคิดถึง


เธอเลยวัยเป็นผักลวก

ประดับต้นแม่

ส่องประกาย ตื่น รู้


สิเน่หาของรูปทรง

เสริมสร้างแก่นแท้

ดึงดูดหมู่มดแดง

‘จุมพิตสลายทุกข์’


จำนวนนับของอายุ

เธอมิพรั่นพรึง

ยืนหยัดนวลน้ำใจ

ชื่นเย็นเป็นทาน

อุ่นเอื้อเป็นกำนัล


วันตกอับ สับสน

คืนลังเล

มิตรแท้  

นำข้ามพ้น


|ทางหอม

ศ.8.11.2556

ปรับปรุง จ.14.12.2563





Transcendent


The warmth of the day

Cornfield red flowers

Faraway

Listen! Nostalgic song


She is too old to be boiled vegetables.

Decorate the mother plant

Shine


Affection of form

Strengthen the essence

Attracting red ants

'Kiss dissolves suffering'


Number of age

She is not afraid.

Stand firm, good-natured

Juicy as a profit

Warm as a gift


Confused Underdog day 

Hesitant night

good friend

Lead over


| ThangHom

Fri 8.11.2556

Update Mon 14.12.2020


วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เริ่มแต่งนวนิยายแบบ ททท. (ทำทันที) | #2 คิดเขียนนวนิยาย กับ ทางหอม บทเรียนจาก 'ข่อหล่อเพื่อนกัน'

ปัญหาการทำงานสร้างสรรค์ทุกอย่าง รวมทั้งการคิดแต่งนวนิยายด้วยนั้น ผมว่า หนีไม่พ้นปัญหา "ไม่ลงมือทำ" ไม่ว่าท่านจะเป็นมนุษย์อัจฉริยะระดับเทพ หรือคนธรรมดาๆ ก็ตาม ถ้าลองไม่ลงมือทำสักที มีแต่คิดๆ ๆ ๆ... อย่างเดียว ก็คงไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์เป็นแน่แท้ 

เดี๋ยวเรามาว่ากัน

แต่ก่อนจะเข้าเรื่อง "เริ่มแต่งนวนิยาย" เรามาทบทวนโพสต์ที่แล้วกันก่อนนะครับ

ครั้งที่แล้ว คุยกันเกี่ยวกับการ "คิดเรื่อง"  คือ คิดว่าจะแต่งเรื่องอะไร แนวใด เป็นเรื่องราวของตัวละครใดกันบ้าง หรือเป็นเรื่องของใครกับใครบ้าง จะให้มีเนื้อหาเกี่ยวแก่สิ่งใดบ้าง รวมทั้งจะสอดแทรกสาระความรู้ เกร็ด ประวัติ หรืออะไรๆ ที่เหมาะสม ลงไปในเรื่องบ้าง

ครั้งนี้ อยากเพิ่มเติมสักหน่อยว่า ควรกำหนดบทนวนิยายหรือความยาวของนวนิยายลงไปเลย จะดีต่อการแต่งมาก (ลำดับการประกอบส่วนนวนิยาย 1 เรื่อง อาจแบ่งเป็นภาคๆ แต่ละภาคอาจแบ่งเป็นตอนๆ แต่ละตอนอาจแบ่งเป็นบทๆ ได้ตามต้องการ) เพราะจะได้กำหนดบทจบ หรือคิดบท/ตอนจบไว้ล่วงหน้าได้  เช่น จะแต่งนวนิยายสั้น จำนวน 10 บทจบ  อย่างที่ ทางหอม แต่ง ข่อหล่อเพื่อนกัน  หรือ จะแต่ง  20 บทจบ หรือถ้าเขียนแต่ละบทยาวหน่อย อาจกำหนดบทน้อยลงเป็น จะแต่ง 5 บทจบ หรือจะแต่งเป็นภาคเลย เช่น แต่ง 2 ภาคจบ  ก็ย่อมทำได้ สุดแท้แต่การออกแบบ  แต่ถ้าจะให้ดี ควรเขียนลงหน้ากระดาษ หรือ โน้ตไว้ในโทรศัพท์หรือแท็ปเล็ต  หรือโน้ตบุ๊ค... เพื่อจะได้หยิบ-แตะ-เปิดมาทบทวน กระตุ้นการทำงานเขียนนวนิยายของตนได้เรื่อยๆ

ต่อจากนี้ไป ก็ตามที่เกริ่นไว้น่ะครับ สำคัญที่สุด ให้ลงมือแต่งทันที!  เขียน/แต่งนวนิยาย ต้องลงมือ ททท.  ทำทันที  

อย่าช้านะครับ  เพราะวันเวลาล่วงเลยไปไม่หวนคืน  ไม่รู้แน่  ว่าพรุ่งนี้จะมีชีวิต หรือชีวิตจะเป็นอย่างไร จะมีเวลาได้แต่งนวนิยายหรือไม่

ไอ้การลงมือของคนคิดแต่งนวนิยายนี้ ก็มีหลายอย่างที่ เริ่มจาก เครื่องมือประจำตัว ต่อด้วย อารมณ์ และเวลา

อย่างแรกคือเครื่องมือ  นักเขียนจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เหมาะกับจริตของตน ด้วยนะครับ จึงจะสะดวกและช่วยให้งานเขียนก้าวหน้าไว

เพื่อทบทวนตนเอง ว่าเราถนัดเครื่องมืออะไร สำหรับการแต่งนวนิยาย เราจึงควรมาว่ากันด้วยเรื่องความถนัดในการใช้เครื่องมือคิดแต่งนวนิยายของคนทั่วๆ ไป กันก่อน

คนแต่งหนังสือประเภทต่างๆ รวมทั้งนิยาย หรือนวนิยาย ย่อมมีเครื่องมือของตนๆ ที่ตนถนัด ที่ตนคุ้นเคย เหมือนเป็นเพื่อนคู่คิดคนเขียน ซึ่งย่อมแตกต่างกันไป

บางคนอาจถนัดใช้ดินสอปากกาเขียนลงหน้ากระดาษ  แล้วค่อยมาพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์อีกที  ถ้าชอบแบบนี้ ก็เชิญเลยครับ หาดินสอ ปากกา สมุด หรือกระดาษที่เขียนลื่นเบามือ เหมาะมือ 

บางคนอาจถนัดพิมพ์ลงโน้ตบุ๊ค ก็ควรมีเครื่องโน้ตบุ๊คที่มีโปรแกรมพิมพ์งาน มีความจำความจุที่พร้อมจะบันทึกงานไว้ได้ด้วย

บางคนอาจถนัดพิมพ์ลงแท็ปเล็ต หรือมือถือแบบสมาร์ทโฟน ก็ต้องเตรียมเครื่องมือนี้ให้พร้อมเช่นกัน

หรือหลายคนอาจถนัดพิมพ์ลงไลน์ ลงเฟซ ลงเพจ ลงบล็อก แล้วโพสต์ไว้  พอจบเรื่องแล้ว ค่อยก๊อปปี้มาวางลงคอมพิวเตอร์เพื่อปรับปรุงพัฒนาต้นฉบับนวนิยายของตนอีกที

ใครถนัดใช้เครื่องมือใด อย่างไร  ก็เตรียมให้พร้อมเลยครับ

ต่อมา การเตรียมอารมณ์ หรือบางคนอาจเรียกว่า แรงบันดาลใจ หรือแรงกระตุ้น อันนี้ ผมจะพูดรวมๆ นะครับ

การเตรียมอารมณ์ให้พร้อมแต่งหนังสือ แต่งนวนิยายนั้น อาจเริ่มจากมีเป้าหมายชัดเจน เป้าหมายคือชัยชนะ คือสิ่งที่เราเล็งเห็นคุณค่า ประโยชน์ทั้งหลาย อันจะนำมาซึ่งความสุข ความภาคภูมิใจ อย่างผมคิดแต่ง ข่อหล่อเพื่อนกัน ก็ด้วยเป้าหมายอยากมีนวนิยายเยาวชนขนาดสั้นไว้เป็นตัวอย่างเวลาสอนนักเรียน พอเรามีเป้าหมายชัดเจน ก็จะมีกะจิตกะใจทุ่มเทลงมือแต่งได้ทันที ทีนี้พอแต่งไปๆ สองบท สามบท บางครั้งบางคนก็เริ่มจะขี้เกียจ เบื่อ ตัน คิดไม่ออก อย่างนี้ก็ต้องหาแรงกระตุ้นเพิ่มกันอีกสักหน่อย โดยอาจไปดูหนัง ฟังเพลง ค้นคว้าข้อมูลการเขียน ไปหาเพื่อนพูดคุย ไปดื่มชากาแฟ... ไปท่องเที่ยว.. หรือกลับไปอ่านหนังสือเล่มที่ตนชอบ...  แล้วเมื่อพลังฮึดเกิดขึ้นมาอีกครั้ง นั่นแหละ จงรีบลงมือแต่ง/เขียนงานต่อทันที อย่าช้า เดี๋ยวไฟมันจะมอดดับไปเสียก่อน

เอาล่ะครับ สุดท้ายคือเรื่อง เวลาในการแต่งนวนิยายของเรา จะเอาเวลาที่ไหนนะ...

เพราะแม้เครื่องมือจะพร้อม อารมณ์จะมา แต่ไม่มีเวลา ก็ไม่มีความหมาย เราก็ไม่อาจแต่งนวนิยายให้จบเป็นบท เป็นตอน เป็นภาค จนแล้วเสร็จจบเป็นเรื่องได้ 

อันเวลานี้ แน่นอน 24 ชั่วโมงเท่ากันก็จริงครับ แต่หลายคนก็มีภาระรับผิดชอบ ทั้งชีวิตตน คนรอบข้าง ครอบครัว และไหนจะงานประจำก็ต้องทำอีก (ณ ที่นี้ เชื่อว่านักเขียนไทยส่วนใหญ่... ไร้พื้นที่ บุคคล องค์กรเกื้อกูลสนับสนุน การเขียนหนังสือของคนในสังคมเรา ยังไม่ได้รับการรับรอง ไม่ได้รับการยกขึ้นเป็นอาชีพอย่างแท้จริง อย่างเปิดเผย แพร่หลาย และมีรายได้สมน้ำสมเนื้อ โดยเฉพาะในทางนิตินัย คนเขียนหนังสือในสังคมบ้านเราส่วนใหญ่ เขียนเพราะรัก เขียนเป็นงานอดิเรก จึงต่างจำต้องยึดอาชีพประจำอื่นทำมาหากิน ให้มีชีวิตอยู่ เพื่อหล่อเลี้ยงความฝันที่จะได้เขียนงานสืบไป...) ตื่นเช้าเร่งรีบไปทำงาน กลับมาก็ค่ำ กินข้าวปลา ทำภารกิจงานบ้าน กว่าจะเสร็จก็เหนื่อยล้าหมดแรงแล้ว ก็ต้องอาบน้ำพักผ่อน หมดไปวันๆ ไม่ได้ลงมือเขียนสักที  อย่างนี้ก็ยากล่ะครับ  พอวันหยุดก็มีงานมีการในหมู่เครือญาติเพื่อนฝูงที่ต้องไป ต้องดำเนินการอีก ...ยากมาก ที่จะมีเวลาเขียนนวนิยายที่ร่างขึ้นในหัว หรือแม้แต่ที่ร่างโครงเรื่องเสร็จในกระดาษ อย่างละเอียดลออดีแล้วเพียงใดก็ตาม 

ครับ ที่ผมจะบอกต่อไปก็คือ การแชร์ประสบการณ์ วิธีหาเวลาสำหรับลงมือเขียนให้ได้น่ะครับ ต้องหาให้ได้ ต้องลงมือเขียนให้ได้

วิธีแรกอาจเริ่มจาก ทำข้อตกลงกับครอบครัว ขอเวลาเขียนงานสักวันละ/สัปดาห์ละ ครึ่ง-หนึ่งชั่วโมง การทำเช่นนี้ บางคนอาจไม่ทำเป็น ไม่ถนัด ไม่อยากจะพูดกับคนในครอบครัว ยิ่งครอบครัวที่ไม่ใช่นักอ่าน ไม่ใช่ศิลปิน ก็ยากก็ยุ่งขึ้นไปอีก แต่ก็อาจทำทางอ้อมได้นะครับ เช่น พอว่างจากภารกิจในบ้านเวลาใด ก็ลงมือเขียนเป็นประจำ ให้ครอบครัวรู้ว่าเป็นเวลาของเรา ถ้าเคารพกันและกันแล้ว เวลาที่ว่า คงไม่มีใครมายึด มาก้าวก่าย...

วิธีหาเวลาเขียนอีกวิธีก็คือ เขียนทุกที่ทุกเวลาที่พอจะหาได้ เช่น ถ้าใครใช้แท็ปเล็ตเหมือนทางหอม ก็เอาเวลาพักกลางวันสิ เวลาพักเบรก เวลารอในรถ...สิ  เป็นเวลาทองสำหรับเขียน/แต่ง วิธีนี้อาจเรียก "ว่างเป็นเขียน พักเป็นแต่ง" ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ค่อยๆ แต่งทีละเล็กละน้อย สะสมไปเรื่อยๆ  1 ปี 2 ปี 5 ปี เราก็จะมีนวนิยายของตนสักเรื่องได้

ลองคิดหาวิธีจัดสรรเวลาเขียนดูนะครับ เอาแบบที่สบายใจทั้งตนและคนรอบข้างนั่นแหละ แต่ขอร้องว่า อย่าทำให้กลายเป็นข้อแม้ เป็นปัญหาขัดแย้งกับคนในครอบครัว ละกัน เพราะถ้าทำอย่างนั้น จะไม่เกิดความสุขจากการเขียนที่น่ารื่นรมย์สักเท่าไหร่เลย

ครับ เมื่อมีทุกอย่างพร้อมแล้ว ทั้งคิดเรื่อง เครื่องมือ อารมณ์ และเวลา ก็ตะลุยเขียนเลยครับ อย่าลังเลว่ามันจะออกมาไม่ดีไม่งาม เขียนเถอะครับ ตะลุยไปเล้ย! เขียน/แต่ง แบบด้นไปก่อน ร่างแรกนี้ เขียนให้จบแต่ละบทๆ ไม่นานก็จะจบเป็นเรื่องได้แน่นอนครับ 

ถ้าเรามุ่งมั่นไม่หยุด การเขียนนวนิยายสักเรื่อง มันต้องเสร็จ ต้องสำเร็จ ต้องเป็นจริงได้อย่างแน่นอน

แล้วพบกันใหม่ครับ

|ทางหอม
จ.14.12.2563


ย่านหนี้ | Fear of debt



หอมแดงมีราคา
พี่น้องได้เงินล้าน
คนซ่าคนลือ
แหม่นล่ะๆ เพิ่นกล้ามีหนี้หลาย

หอมแดงมีราคาต่อเนื่อง
หลายคนยิ้มหัวห่าว
คนนับหน้าถือตา
แหม่นล่ะๆ เพิ่นกล้ามีหนี้หลาย

หอมแดงมีราคาหลังปีใหม่
หลายคนสิได้ปลดหนี้
คนหนุ่มสาวสิมีคู่
แหม่นล่ะๆ เพิ่นกล้ามีหนี้หลาย

หอมแดงมีราคาอีกจักปีสองปี
หลายคนสิหวนมาปลูกหอมแดง
คนแก่เฒ่าสิกลายเป็นหนุ่ม
แหม่นล่ะๆ เพิ่นกล้ามีหนี้หลาย

ส่วนข้าพเจ้า
รอขายหอมโพนหัวปี
ได้จักแสนอ่อนๆ 
พอได้หมุนเงินมาต่อทุน
แหม่นล่ะๆ บ่กล้ามีหนี้หลายคือหมู่เพิ่น

|ทางหอม
จ.14.12.2563

---

Shallots are priced
Brothers earn millions
People
Oh, I dare to have many debts.

Shallots have a continuous price.
Many people smiled in their heads.
Respected person
Oh, I dare to have many debts.

Shallots are priced after the New Year.
Many people have released their debts.
Young people have a couple.
Oh, I dare to have many debts.

Shallots are priced for another two years.
Many have returned to plant shallots.
Old people become young
Oh, I dare to have many debts.

For me
Waiting to sell onions
Got a very soft lark
When he has turned the money to the capital
Oh, I dare to have a lot of debt, namely, more groups.

|ThangHom
Mon.14.12.2020
Translate by https://translate.google.co.th/?

คำแต้ม ในนามบล็อกบทกวี | Kamtaem, Poems Blogger



เริ่มแรกที่คิดทำบล็อก จนกลายมาเป็นเว็บ kamtaem.com นี้
ตั้งใจจะทำเพื่อรวมบทกวี-คำแต้ม ของ ทางหอม ที่กระจัดกระจายในเฟซ ในเพจ ในเมนต์
และอย่างที่บอกไปในโพสต์ที่แล้วคือ  เพื่อมีรายได้จากการคิดเขียนสิ่งที่ตนเองชอบ

ผม ในฐานะ ทางหอม ชอบทำงานทางความคิด แบบนี้ครับ
--ภพบเห็นรับรู้ รู้สึก นึก คิดใคร่ครวญ แล้วกลั่นเป็นบทคำสั้นๆ ไม่มีกรอบกรงตามอย่างใคร จึงให้นามรูปแบบบทคำว่า "คำแต้ม"
ดังรายละเอียดที่บันทึกไว้ในเฟซ ข้างล่างนี้
ลองอ่านดูครับ

•••
คำแต้ม เป็นชื่อที่คิดใช้แทน กลอนเปล่า แทน บทกวี หรือ กวีนิพนธ์
เพราะหากประเมินงานความคิดอ่านของตน
ที่ตั้งใจถ่ายทอดเป็นถ้อยคำภาษาแล้ว
อาจไม่เข้าข่าย หรือ ถึงแม้เข้าข่ายคำเดิมดังกล่าว
ก็อาจไม่มีความสร้างสรรค์พอจะนับเข้าในกรอบของรูปแบบที่ว่านั้น

•••

เขียนมาระยะหนึ่ง น่าจะสักสิบปี เห็นจะได้
ก่อนจะมีแท็ปเล็ตเครื่องแรก  ปี 2557
ที่ใช้ทำงานชุด "ปานเพ็งเจ้าแวะยาม" ชื่อเดิม "ทางนาส่าว" ด้วยแล้ว

•••

ถึงวันนี้ เอาชุดนี้มาลงในเว็บตัวเอง
kamtaem.com
มาวันนี้ ลองใช้ google แปลและโพสต์เป็นครั้งแรก ชิ้นแรก
ชื่อ ผู้พึ่งพึง | Dependent
ถูก-ผิด ผมไม่อาจรู้ได้
แต่ตั้งใจให้ผู้อ่านที่เป็นคนต่างชาติภาษา ได้รับรู้
ว่า คำแต้ม ของ ทางหอม
ก็ประมาณนี้ล่ะ

•••

จะลองเข้าไปอ่านดู ก็ยินดีต้อนรับครับ

http://www.kamtaem.com/2020/12/blog-post_9.html

คิดเรื่องนวนิยาย | #1 คิดเขียนนวนิยาย กับ ทางหอม บทเรียนจาก 'ข่อหล่อเพื่อนกัน'

มาคุยกับทางหอม ถึงแนวทางคิดเขียนนวนิยาย บทเรียนจาก "ข่อหล่อเพื่อนกัน" ครับ

ทางหอม คิดเขียนเรื่องนี้ เพื่อนำเสนอตัวละครที่เป็น เด็กหนุ่ม ที่รักการอ่านมากๆ และชอบแบ่งปันเรื่องที่ชอบอ่านให้เพื่อนรักฟังด้วย

และเพื่อนำเสนอหนังสือที่ ทางหอม ชื่นชอบ อยากให้ผู้อ่านรู้จักไว้ เผื่อบางทีอยากหาอ่านเพิ่มเติม ซึ่งหนังสือ 10 เล่มนั้น ได้แทรกไว้เป็นสาระในเนื้อหาของเรื่องแต่ละบทนั่นเอง

นอกจากนี้ ทางหอม ได้ผนวกวิธีการเขียน การนำเสนอเนื้อหา ที่หลากหลาย ที่เราสามารถนำเสนอเนื้อหาสาระของนวนิยายได้อย่างสนุก

ตั้งแต่วิธีการมาตรฐานคือ บทบรรยาย+พรรณนา บทสนทนา บทบันทึก บทความ บทสัมภาษณ์ บทกวี จดหมาย...  ที่ทุกคนสามารถเลือกใช้นำเสนอเรื่องแต่ง หรือ นวนิยายของตนเองได้ตามถนัด และตามความเหมาะสม...

ลองดูครับ  แต่งนวนิยายสั้นเป็นมรดกชีวิตกันสักเรื่อง

ทำสนุกๆ ครับ ให้ลูกหลานมีมรดกทางภูมิปัญญาไว้อ้างอิง และไม่แน่นะ อาจมีนักประพันธ์เกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องของเรา ก็เป็นได้ ใครจะรู้ จริงไหม?

|ทางหอม
จ.14.12.2563


ในรอบสิบปี


ข่าวหอมแดงราคาดี
แม่ใหญ่ดียังเคี้ยวหมากแดงมัดหอม
ทิดโสยังขับปิ๊กอัพสีแดงคันเก่าไปสวนหอม
ป้าแสงยังตื่นไปฮดสวนหนองตากล้า
ลูกหลานไปโรงเรียน

ข่าวหอมแดงราคาดี
บ่าวหำยังตามใช้หนี้
ผักแนวซื้อเพิ่นจ่ายแล้ว
ปุ๋ยยืมเพิ่นเสี่ยน้อยจ่ายแล้ว
ค่าเทอมลูกยืมร้านทองจ่ายแล้ว
สหกรณ์ฯจ่ายรายปีจ่ายแล้ว
ธกส. เอาไว่ก่อน
รอโพนสิกู้ ได้แล้วสิไปจ่าย

ข่าวหอมแดงราคาดี
เซียงสำรองยิ้มหัวกับเมีย
ดาวน์รถให้ลูกขับไปทำงานหลวง
ให้เขาผ่อนเอาเอง
รอขายหอมโพนหัวปี ได้ใช้หนี้ ธกส.
โพนที่สอง พอได้ใช้จ่ายและเป็นทุน

ข่าวหอมแดงราคาดี
ในรอบสิบปี หรือ ยี่สิบปี นี่ล่ะ

| ทางหอม
จ.14.12.2563


ผู้อยู่หลังบ้าน | Backyard

|ผู้อยู่หลังบ้าน

เดือนของการเริ่มต้น
ส่งไออุ่นผ่านแดดเช้า
ของวันเบิกบาน
อันซ่อนตัวตนอยู่ในนั้น

หลังบ้านพัก
เธอโปรยเสน่ห์
ปลื้มมายา การจัดวาง
นั่นแสงความหวังดี
ลอดใต้เรือนร่มมะม่วง
บวบขึ้นคลุมตอ
มะม่วงของวันเก่าก่อน
เพื่อนของส่วนสุนทรภพ

บรรยากาศสีดอกบวบ
นั่นแน่ะ---การเริ่มต้น
ดั่งการพุ่งทะยานออกไป
จนสุดกำลัง

บางอริยาบทยิ่งกว่า
กำลังหนุนอภิมหากองทัพ
เปิดเผย
ที่มั่นหลังบ้านพักสักหลัง

|ทางหอม
ส.9.11.2556
ปรับปรุง อา.13.12.2563


|Backyard

Month of initiation
Send warmth through the morning sun
Of joyful days
Which hides himself in it

Behind the house
She flaunts
Appreciate the layout
That light, good hope
Pass under a mango umbrella
Zucchini covered the stump.
Mango of the old days
Friend of the world beauty

Zucchini flower color atmosphere
That's right --- the beginning
As it soars out
All the way

Some chapters more than
Supporting the great army
reveal
A stronghold behind a house

| Poem by ThangHom
Sat. 9.11.2556
Update Sun. 13.12.2020
Translate by https://translate.google.co.th/

---
(ภาพต้นฉบับ | Original work)




วันพุธที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผู้พึ่งพิง | Dependent

สายสวัสดิ์วันอาทิตย์
เขียวเครือบวบทุ่ง
เคลือบหัวใจเถียงนา
ฟังใครสักคน ขับลำ
ทำนอง เพลินละมุน

เธอเกาะไต่ต้นหว้า
สัมผัสมั่นละไม 
ชั่วชีวัน

ขอโทษ หากรบกวน
ขออภัย หากก้าวล่วง
ขอกอดหอมด้วยมิตรภาพ
ฉ่ำชื่นดั่งฝนในพรรษา

ให้กวี
ยลแล้วแย้มถ้อย
สะท้อนธาตุเอื้อปัน
กี่ฤดูดอกบวบเหลือง
กี่ฤดีลูกบวบอ่อน
อ่อมแซ็บ...

'ไม่เสียชาติเกิด'
โอ... รสชาติผู้พึ่งพิง


ทางหอม
พุธ 6.11.2556
ปรับปรุง พุธ 9.12.2563

---

Good morning sunday
Green zucchini fields
Glaze heart arguing na
Listen to someone to drive
Melody

She clung to the Wa tree.
Feel the Lamai
Forever

Sorry if bothering
Sorry if we go through
Let's hug Hom with friendship.
As juicy as the rainy season

To the poet
And then make a statement
Reflect Element Eua Pan
How many seasons yellow zucchini flower
How many
Aom Zab ...

'Did not lose your birth'
Oh ... Dependent taste


Poem by Thanghom
(Translate by  https://translate.google.co.th/?hl=th)

---
(ชมภาพต้นฉบับ ข้างล่างครับ)





วันพุธที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 10 โดย ทางหอม

บทที่ ๑๐ ส่างฮ่าง
เขาพิงจักรยานไว้โคนต้นสะแบง ขึ้นบันไดห้างไม้มันปลา มาถึงข้างบน มองหากะปอมก่าอย่างไรก็ไม่เห็น จึงลงมาเดินย่ำไปบนพรมใบสะแบงปนดอกสะแบงที่ร่วงรายรอบโคนต้นกินรัศมีตามขนาดทรงพุ่ม ผ่านไปยังหลังกระท่อม มองหาเพื่อน
        “เจ่าอยู่ไส กะปอมก่าเอย” เขาตะโกนไป มองหาตามกิ่งติ้ว ตามกกลำดวน และกกหว้า            “อยู่ไส อยู่ไส หมู่”
        ข้ามโพนน้อยที่รกเรื้อ แต่ก่อนเคยเป็นแปลงปลูกหอม กระเทียม พริก บักเขือผ่อย ผักชี ฟักทอง แตงกวา ผักอีตู่ หัวระพา ถั่วปี บักเขื่อเทศ และหมากแข้ง “ข้อยมาแล้วเดหมู่ อยากผ้อเจ้าเดอ มีหนังสือมาอ่านให้ฟัง” เขาตะโกนต่อ “ไปไสนอ รึแม่นมีผุมายิงเจ้าไปปิงก้อยใส่บักม่วงแล้วบ้อ” เขารำพึงถึงเพื่อน
         “ส่อยแหน่ ๆ” เสียงดังทึบๆ มาจากที่ใด๋ เขาคิด มองหาต้นทางของเสียง “ข่อยอยู่ผี้ ในส่าง” เสียงเดิมดังมาอีก
        ข่อหล่อสาวเท้ามายังต้ายโพนตรงไปห้าก้าว หญ้าขึ้นเป็นรูปวงกลมคลุมปากส่างหรือบ่อขุดด้วยมือ เขาก้มลงใช้มือแหวกกอหญ้าออก ส่องลงไปยังก้นบ่อ สายตาค่อยๆ ปรับโฟกัส มองลงไปเห็นเด็กหนุ่มสวมชุดวอร์มที่มีตราสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษปักอยู่ตรงอกซ้าย
เขายืนอยู่ก้นส่าง มีกะปอมก่าเกาะอยู่ตรงไหล่ขวาในมือซ้ายถือหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่ง 
“อ้าว เจ้าแม่นใผ ลงไปเฮ็ดหยังล่ะนี่”
“ข่อยมาตามหากะปอมก่า เพราะบ่เห็นหลายมื้อ เลยตกลงส่งฮ่างนี่ล่ะ”
“เอ มาคือฉากบ่อน้ำในเรื่อง ผมไม่กลัว ของ นิกโกโล อัมมานิติ นักเขียนชาวอิตาลี แท้ล่ะฮึ”
“ส่อยข่อยขึ้นไปก่อนแหน่ ค่อยคุยกันได้บ่”
“เออ ๆ ได้ ๆ ท่าจักหน่อย”
          เขาแบกกิ่งสะแบงแห้งเท่าขาแข้ง ยาวกว่าสามวาผู้ใหญ่ ค่อยๆ เอียงกิ่งไม้จากไหล่ขวาหย่อนลงไปก้นส่างจนสุด ปลายกิ่งเสมอกับขอบส่างพอดี “อ้าว ปีนขึ้นมาเลย” เด็กหนุ่มก้าวเหยียบกิ่งไม้ปีนขึ้นมา ก่อนจะถึงขอบส่าง ยื่นหนังสือมาให้ข่อหล่อถือ ใช้มือกำหญ้าที่ขอบบ่อส่างดึงตัวขึ้นมาได้สำเร็จ กะปอมก่ายังเกาะนิ่งอยู่บนไหล่ และทันทีที่เด็กหนุ่มยืนทรงตัวตรงได้ มันก็กระโดดไปเกาะบนไหล่ข่อหล่อแทน
เด็กหนุ่มใช้มือปัดเศษดินเศษหญ้าออกจากหน้าและทั่วตัว “ขอบคุณหลาย”
“บ่เป็นหยังดอก อืมมม...เจ้าคือสิแม่นน้องข่อยหลายปียุน้อ อ้ายชื่อข่อหล่อนะ”
“ข่อยฮู้จักเจ้าอยู่ จากหนังสือทำมือในกระท่อมล่ะ ขอโทษนำที่เข้าไปอ่านหนังสือโดยบ่ได้ขอบ่ได้บอกกล่าวสาก่อน กะบ่มีคนให้บอก ฮะฮ่า”
“บ่เป็นหยังดอก ปะ ไปคุยกันเทิงห้างไม้มันปาพู้น”
ข่อหล่อก้าวนำเด็กหนุ่มไป ปากก็ถามข่าวกะปอมก่า เพื่อนที่จากกันตั้งห้าปีแล้ว.
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------



บ่มียาง



ราก เน่าๆ
โคน ผุๆ
กก กลวงๆ
กิ่งบ่มีก้าน บ่มีใบ
ควรเรียกสิ่งใด

ข่อยเอย 
ข้าแห่งงานในนาดิจิตอลสูงส่ง
ทาสของสวนออนไลน์ศักดิ์สิทธิ์
ยังกราบไหว้บูชาเกียรติศักดิ์อมตะ
โคลน หญ้า ฟาง ควายนา รอยตีนทั้งสิบนิ้ว
โชยไกลเหงื่อบำรุงรัก

ในม่านหมอกสาบสางของซากศพ
ล้ำคำปดประหลาดประโคมก้อง
ในชุดประดับยศยิ่ง
คล้ายรีทวิตวินาทีนิรันดร์สังวาสโมงยามพิการพิกล
มิภาคภูมิชวนหลิงแลแม้ลมหายใจตัวเองสักเสี้ยวลิ้นมดแดงดิน
กลับบอดใบ้ถึงแก่นแกนยุงยางสัก...
ขณะร่ายล้อมด้วยลิ่วล้อไอโอนับพัน

กวีหนุ่มเจ้ารู้ดี ใช่ไหมเล่า 
เจ้ารู้ทะลุทรงพุ่ม เปลือก กระพี้ เนื้อ จนสิ้นแก่นแกน
ยอมร่ำไห้สุดเสียง ขณะมือทั้งสองกำหมัดแน่นสั่นสะทก
มิรู้ได้ว่า คำก่นด่าประณามหยามเย้ยไยไพใดๆ

จักอยู่ ณ ทิพย์พิมานสูงกี่ชั้น
ปลดเปลื้องปล่อยจากคุกมหาวิบัติตระบัดสัตย์กี่ชาติกี่ภพ
จึงจะสาสม
กับซาตานอเวจีผีเปรตพันปีมาเกิดมาก่อการณ์คล้ยโควิดระบาด
หมู่หนึ่งน้อยนั้นได้

|ทางหอม|
พุธ 2 ธันวา 2563


วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ผู้ยิ้มแย้ม

ผู้ยิ้มแย้ม

วันเสาร์แสนเบาโล่ง
คันนาสีดอกหญ้า
กลับมาเป็นชาวนา
ในวัยสี่สิบ

เธอยิ้มรับขวัญ
ไม่ประจบสายตา
ไม่โหยหาของฝาก

พจนาของทุ่งกว้าง
ประกาศสดุดีสมถะ
'ใดไม่สมควร'
ขณะเท้าทั้งคู่หยุดสดับ

ราคากี่บาท
เธอไม่เคยทวงถาม
นางแบบไร้นาม
ขึ้นกล้อง
เป็นไฟล์แบ่งปันทั่วหล้า

ประทับรอยไว้ลึก
ประหนึ่งใครสักคน
คราสบตาคนรัก

|ทางหอม|
อ. 5 พ.ย. 2556



เรื่องแต่งควรช่วยคนเราให้รื่นรมย์

 ผมไปพูดกับวัยรุ่นเรื่องการพัฒนาเรื่องสั้น-นิยายมา มีนักเรียนวิจารณ์เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งอย่างหัวเสีย เขาว่า เนื้อหาสาระในเรื่องนั้นมันไม่ถู...