แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เล่าชีวิต กล่อมนิทรา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เล่าชีวิต กล่อมนิทรา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ความยุ่งยากลากชีวิต


เคยได้ยินคนรุ่นแม่พ่อลุงป้าคุยกัน ถึงความลำบากยากยุ่งในชีวิตหลาย ๆ ด้าน ตอนนั้นเรายังเด็ก น่าจะไม่เกิน 10 ปี  ฟัง ๆ สิ่งที่ท่านเหล่านั้นคุย ก็ได้แค่ฟังผ่าน ๆ



เรื่องยุ่งยากที่เคยผ่านหู  ก็เกี่ยวกับภาวะการงานหนี้สิน ภาวะการเจ็บป่วย การตาย การผิดพ้องหมองใจในครอบครัวพี่น้อง ที่มันมักมาเกิดในห้วงเวลาเดียวกัน หรือพาดเกี่ยวกัน บ้างครั้งอาจมีอุบัติเหตุรถรา ไฟไหม้ คดีความ หรืออื่น ๆ มาสมทบอีก เราก็คิดในใจตามประสาผู้ด้อยประสบการณ์ "มันจะยุ่งยากอะไร มีอะไรก็แก้ไปสิ" 

พอชีวิตเดินทางผ่านวันวัย จะเข้าหลัก 5 รอมร่อแล้วนี่ โอ...ชีวิตนี่มันยุ่งยากจริง

มิน่าเล่า หลายคนที่ทนความยุ่งยากไม่ได้ ก็ชิงอำลาโลกไปด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือปลีกตัวออกไปอยู่ตามลำพัง อาจถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า หรือแค่อยากมีเวลาให้ตัวเองเงียบ ๆ 

สาเหตุสำคัญของความยุ่งยากในชีวิต ณ บางจังหวะเวลานั้น  มันยุ่งยากทำให้ลำบากใจลำบากกายก็เพราะ มันช่างบังเอิญทับเทิน บางทีก็ยังซับซ้อนยุ่งเหยิงระคนปนเปกันไปหมด ทั้งปัญหาส่วนตัว ปัญหากับคนรัก ปัญหาของคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมไปถึงปัญหาอันเกิดเกี่ยวแก่เพื่อนฝูง  คนในที่ทำงาน หรือแม้แต่คนข้างบ้าน  ตลอดจนคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

ในภาวะเช่นว่านี้นั้น  สิ่งที่ผมเคยคิดเคยทำมา จนผ่านพ้นมาได้ แม้จะไม่ราบรื่นเรียบร้อยเสียทีเดียว ก็คือ การวางเรื่องส่วนตัวไว้ก่อน ประเภทเรื่องจะทำนี่นั่นเพื่ออนาคตเพื่อตนเองเป็นการเฉพาะซึ่งจะต้องลงเวลาลงแรงอีกมากกว่าจะเห็นผล อยากได้อยากดีอย่างไรก็วางมันไว้ก่อนเพื่อก้าวออกไปเป็นกลไกหาทางแก้ปัญหาที่เกี่ยวแก่คนใกล้ชิดในครอบของเราเสียก่อน โดยเฉพาะปัญหาการเจ็บป่วยที่ต้องดูแลกันให้ดี และความตาย-การจากพรากที่ต้องไปร่วมงานไว้อาลัย จัดการงานศพ นี่มันเร่งด่วน มันเป็นครั้งหนึ่งเดียวในชีวิตเราด้วย

แต่บางห้วงเวลานั้น  มันจะบ้าไปแล้ว ปัญหาทั้งหลายแหล่มันกลับเล่นตลกร้ายกับเรา เหมือนมันนัดกันมา มันกระโจนเข้ามาตะครุบเราแทบจะพร้อม ๆ กัน บ้าฉิบ!

ตอนนี้ล่ะ มันขึ้นกับมุมมองของใครของเราล่ะ

หากคนเรามองปัญหาที่รุมเร้าเป็นห่ากระสุนที่พุ่งเป้าที่ตัวเราแล้วคนเดียว จิตใจเราจักต้องพรุนแหละไม่มีชิ้นดีเป็นแน่

แต่เมื่อมองปัญหาเป็นแบบธรรมดา ธรรมชาติ ที่ใคร ๆ เขาก็มี ก็เป็น อาจมากบ้าง น้อยบ้าง หนักเบาต่างกันไปตามเหตุตั้งต้น ตามปัจจัยสนับสนุน อย่างนี้ก็พอฝืนยิ้มสู้ได้

ที่สำคัญต่อใจมาก ๆ คือการเปรียบเทียบในแง่บวกเพื่อให้กำลังใจตนเอง ควรนำมาใช้ให้เร็วที่สุด จะดีกว่าการเปรียบเทียบที่คอยแต่ทับถมตนเองให้จมดิ่งลงไปในทะเลลึกสีดำ และอย่างที่รู้ ๆ กัน ทั้งสองวิธีเปรียบเทียบปัญหาที่ว่ามานี้ เจ้าของปัญหาเท่านั้นที่จะเลือกใช้เอาเองและรับผลการเลือกนั้นเองด้วย

ที่เล่าไว้นี้ ก็เพื่อเตือนตนเองหรอกนะครับ 

หากเรายังอยากอยู่ต่อในโลกใบนี้ ย่อมต้องตั้งธงว่า "เราต้องผ่านพ้นวันคืนร้ายกาจนี้ไปให้จงได้" 

แล้วคุณล่ะ คิดต่างประการใด เห็นแตกประเด็นเป็นอย่างไรบ้าง ก็แวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ

ผมเชื่อเช่นกันนะว่า ยามมีปัญหา หากได้ระบายออกไปเสียบ้าง ใจเราจะเบา ใจนิ่ง พร้อมจะก้าวไปสู้ชีวิตต่อ...

วัยกับใจ ใครว่าไม่ต่าง

"วัยมีส่วนทำให้คนเราคิดเกี่ยวกับบางสิ่ง ต่างไปจากเดิม" คำพูดข้างต้น อาจใช้ไม่ได้กับคนที่ยังอ่อนวัย คำพูดข้างต้น อาจดูเหมือนจงใจพูด...