บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤศจิกายน, 2020

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 9 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๙  ฝันประหลาด บ้านหลังใหญ่ กำลังมีงาน มีสาวๆ แต่งชุดไหมสีนวลเป็นโหล พร้อมกับแขกเหรื่อเต็มลานหญ้าข้างบ้านสวน เขากำลังเข้าพิธีแต่งงานกัน ธรรมดาจะต้องมีเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เขาอยู่ในนั้นแต่งชุดสูทสีเงิน นั่งเคียงข้างเจ้าบ่าวที่แต่งชุดสูทขาวสะอ้าน มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ  พอหมอพราหมณ์ร่ายคำจบลง พิธีกรก็เชิญญาติผู้ใหญ่ ผูกแขนคู่บ่าวสาว และเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เงินแบงค์ร้อย 100 500 1,000 ในอ้อมกอดฝ้ายสีขาวคาดเหลืองขมิ้น ทยอยผูกหุ้มข้อมือคู่บ่าวสาว จนเป็นพุ่มคล้ายกำไรข้อมืออันใหญ่หนา เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็พลอยได้รับกำไลข้อมือฝ้ายกอดเงินแบงก์อย่างนั้นด้วย แม้ว่าความใหญ่และหนาของกำไลจะน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็อดยิ้มไม่ได้  ตัดฉาก วูบวาบที่ภาพถัดไป เขาไปนั่งเคียงคู่เพื่อนเจ้าสาว ที่แคร่ไม้ไผ่ ใต้ถุนบ้านอีกหลังหนึ่ง ห่างออกไปสักสี่ห้าหลัง ยังได้ยินเสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำขับกล่อมคนในงาน ตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นปรากฏตัวบนเวทีที่หันสู่สวนผลไม้พื้นบ้านนานา สักพัก พิธีกรก็ได้เวลาสัมภาษณ์ เกี่ยวกับนิยายรักของทั้งคู่ อีกไม่นาน ทั้งคู่ก็จะลงจากเวทีเพื่อพบปะถ่ายภาพร่วมกับแขกที่ให้เกียรติมาร่วมง

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 8 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๘  เพื่อนคนใหม่ หลังจากข่อหล่อจากกะปอมก่าไปเรียนในเมืองสามปี เด็กหนุ่มบางคนเทียวมาที่ห้างไม้มันปลา แล้วหายไปทีละคนๆ เด็กหนุ่มบางคนหยุดมองกระท่อมหนังสือแล้วจากไป ไม่กลับมาอีกเลย บางคนกลับมาเล่นห้างครั้งสองครั้ง แล้วจากไป กระท่อมหนังสือได้แต่รอใครสักคน วันหนึ่งกลางเดือนธันวาคม ใบสะแบงเก่ากำลังทยอยหล่นห่มโคนต้นและแผ่นดินแม่ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งมามุดหน้าต่างเข้าไปในกระท่อมหนังสือ และขลุกอยู่ทั้งวัน เหตุการณ์นี้ทั้งหมดอยู่ในสายตาของกะปอมก่า เขาคนนั้นแวะมาที่นี่อีกหลายวัน แล้วก็หายไปเป็นสัปดาห์  วันนี้วันเสาร์ เขากลับมาแต่เช้า ลมหนาวพัดเย็นสบาย หอมกลิ่นใบไม้แห้งเจืออายดินชื้นหมอก หลังมุดเข้ากระท่อมแล้วเขาขึ้นมาบนห้างไม้มันปลา ไม่พูดพร่ำทำเพลง นั่งลงอ่านหนังสือเล่มเล็กเล่มหนึ่งที่ปกเป็นรูปวาดแมวดำตัวใหญ่ถือลูกแอปเปิ้ลสีแดง มีนกนางนวลตัวน้อยขนสีขาวจับอยู่ตรงปลายจมูกแมวอ้วนตัวนั้น แน่นอน หนังสือเล่มนี้ข่อหล่อเคยอ่านให้กะปอมก่าฟังสองหรือสามเที่ยว จำไม่ชัดนัก ชื่อเล่มกะปอมก่าจำได้  นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน   ผู้แต่ง หลุยส์ เซปุลเบดา นักเขียนชาวชิลีผู้น่ารัก เขียนเรื่องเด็ก

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 7 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๗  หมู่ดวงดาว “ดาวสวยมากครับอ้าย คืนนี้” ข่อหล่อ เปิดเรื่อง “เหงารึ คิดฮอดบ้านสินะ” ฮอย ฮิมมูน ถาม “ว่าจะไม่คิด” “ธรรมดา สมัยอ้ายไปต่างที่ก็เป็น” “ไปไสแหน่อ้าย ไกลบ่” “ไปวังเวียง เมืองเล็กงามธรรมชาติ อยู่กึ่งกลางระหว่างทางจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบาง  อ้ายไปเฮ็ดงานวิจัยเกี่ยวแก่ธรรมชาติท่งท่าในวรรณกรรมลาวหลังสมัยใหม่ ไปอยู่เกือบแปดเดือน ว่าแม่นไปใช้ชีวิตแบบบ้านๆ สมัยเฮายังเป็นเด็กน้อย ใชีชีวิตในธรรมชาติป่าเขา สายน้ำลำธาร และวิถีญาติพี่น้องเก่าแก่ อยู่นั่นแล้วมีความสุข บ่ต้องคิดหยังหลาย แต่ความขัดแย้งมันก็มี อย่าว่าแต่ความขัดแย้งกับผู้อื่น หรือระหว่างแนวความคิดคนเฮา ที่ย่อมแตกต่าง ไอ้ความขัดแย้งในใจนี่ล่ะโตการใหญ่ มันมี มันแย้ง มันต่อสู้กันหลายกว่าความขัดแย้งระหว่างคนกับคนหมู่ใดๆ” “เป็นจังใด๋นอครับ ผมคือบ่เข้าใจ” ข่อหล่อจ้องตาคนเล่า “ประมาณว่า ชีวิตที่มีเป้าหมายแต่ต้องแลก กราฟชีวิตขาลงที่เป็นพ่อหม้ายอยู่แล้ว มันกะคือดิ่งลงไปบ่ยอมเงยขึ้น พอคึดฮอดเมียที่ตายไป นี่เฮามุมานะทำงานจนลืมดูแลคนที่ฮักเฮา จนวาระสุดท้ายของคนฮักเฮาถึงได้ลงมือลงใจดูแลกัน แต่นั่นล่ะ มันเหมือนสายเกินไป แต่เฮากะต้อง

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 6 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๖  บทสัมภาษณ์รุ่นพี่ ข่อหล่ออาสาเข้าทำงานเป็นกองบรรณาธิการวารสารโรงเรียน จากการชักชวนของรุ่นพี่ที่ได้อ่านบทกวีของเขาในวารสารประจำเมือง งานแรกในฐานะกองบรรณาธิการวารสาร “หายโศก” ท้าทายและสนุกไม่น้อย  ข้างล่างนี้ก็คือ ผลงานการสัมภาษณ์รุ่นพี่ศิษย์เก่าของโรงเรียน ผู้เป็นนักเขียนดีเด่นประจำปีของวารสาร เมืองฮิมมูน  ... เรื่องจากปก ฮอย ฮิมมูน กวีผู้รักนวนิยายสั้น บ้านพักสองชั้นทรงลาวฝั่งขวาแม่น้ำของ ตั้งอยู่แคมห้วยวังนองฝั่งตาเว็นออก แทรกตัวอยู่ในสวนผลไม้สไตล์บ้านๆ มีบักเขียบ บักเฟียง บักขาม และกำแพงแผงกกหวดข่าสลับกกมอนที่แตกพุ่มใบเขียวดั้วคล้ายฉัตร เกี้ยวก่ายด้วยเครือหญ้านาง พื้นดินโบราณร่วนปนทรายดูสะอาดเพราะหญ้าถูกดายเสียเมื่อไม่นานมานี้ เรานั่งจิบชาใบหม่อนที่แม่ของกวีหนุ่มชงมาให้ คุยกันถึงประเด็นการสร้างงานกวีในยุคสื่อดิจิตอลออนไลน์... กวีดีเด่น ดาวดวงใหม่ประจำวารสาร “เมืองฮิมมูน” ปี ๒๕๖๐ ได้ไขข้อข้องใจของนักอ่านหลายๆ คนว่า ทำไมบทกวีของเขาจึงเป็น  กลอนเปล่า และทำไมเขาจึงฝันจะเขียนนวนิยายสั้น เชิญจิบกวีทัศนะได้ ณ วาระนี้ หายโศก :  เล่าที่มาของนามแฝง ฮอย ฮิมมูน ให้รู้จักหน่อย ฮอย ฮิ

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 5 โดย ทางหอม

รูปภาพ
  บทที่ ๕  สงครามกลางใจ 20 พฤษภา วันเกิดข่อย สิบห้าปี แต่วันนี้พ่อกับแม่ทะเลาะกัน เสี่ยวเอย เจ้าว่าบ่  ผู้ใหญ่เอาแต่ใจคักหลาย          “ให้ลูกเฮียนด้วยโตเอง สิได้ฮู้จักฮับผิดชอบ วางแผนชีวิต” แม่ว่า         “ต้องเข้าโรงเรียน ต้องเรียนพิเศษ ต้องกวดวิชา ติวและติว ว่าสั่น สิบ่ทันเขา”           พ่อเสียงแข็ง  แล้วก็ต้องลงกันบ่ได้ ตอนข่อยจบ ปอหก นั่นเทื่อแรก นี่จะจบ มอสาม อีกเทื่อ ว่า ไปเรียนด้วยเจ้าของอยู่บ้าน อยู่กระท่อมหนังสือของพ่อนี่ก็วิเศษนะ แปลกแท้ แต่พ่อกลับอยากยัดข่อยเข้าไปในคุก ชื่อ โรงเรียน  พ่อเป็นนักอ่าน นักเขียน แต่กลับอยากให้ลูกสิ้นอิสระภาพ สิ้นเอกราชทางความคิด             เจ้าว่าคือข่อยบ่ กะปอมก่า 29 มิถุนา คึดฮอดหนังสือเล่ม ๔ ปีนรกในเขมร ของ ยาสึโกะ นะอิโต แปลโดย ผุสดี นาวาวิจิต เขมรฆ่ากันเอง คนต่างชาติในเขมรตอนนั่น ก็พลอยฟ้าพลอยฝนไปนำ สงครามนี่ บ่ปรานีใผ อีหลีเด สงครามของพ่อกับแม่ แก่งแย่งลูกให้เป็นไปตามวิธีการของตน  นี่ก็สงคราม แต่ข่อยก็มาอยู่ในโรงเรียนในเมืองแล้วล่ะ  กะปอมก่าเอย สงครามนี่ พ่อชนะแม่แล้ว 11 ธันวา วันนี้ ก็เข้าเดือนที่สามของเทอมสองแล้ว ที่ข่

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 4 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๔  จดหมายจากเมืองใหญ่ ขณะตัวเอกทั้งสองของเฮา กำลังนอนอาบแดดอุ่น เพลินนับดอกสะแบงหล่นระบายพื้นห้างไม้ ในยามสายของวันหยุดปลายเดือนสุดท้ายของปี จักรยานของบุรุษไปรษณีย์ก็มาจอดอยู่ข้างล่างแล้ว ยิ้มรับจดหมายซองสีน้ำตาล ขนาดกว้างสองฝ่ามือเรียงต่อกัน กลับขึ้นห้างมา มองเห็นหลังบุรุษไปรษณีย์หนุ่มหลบลับหายไปกับมุมถนน ตรงซุ้มดอกส้มหมั่งข้างกระท่อม จดหมายลายมือตาแพง ที่บักข่อหล่ออ่านให้เพื่อนกะปอมก่าของเขาฟัง ในสายวันนั้น มีเนื้อความดังนี้ ที่บ้านพักในเมืองใหญ่กวมแม่น้ำเจ้าพระยา 20 กรกฏ ปีคึดฮอดบ้าน ถึง ข่อหล่อหลานรัก ผู้อยู่แคมห้วยครก ระหว่างแม่น้ำมูน-ชี ป่านนี้หลานคงใหญ่เป็นหนุ่มน้อยแล้ว สองหรือสามปีแล้วนะ ที่น้าบ่ได้ส่งข่าวทางจดหมายมายาม  ชีวิตในเมืองใหญ่ นอกจากลางานเดินทางท่องไปในโลกกว้าง ก็มีหนังสือนี่แหละช่วยเติมพลังใจให้สู้งานต่อได้อีก น้ามีหนังสือใหม่มาฝากนะ ลองอ่านดู คนแต่งบอกไว้ว่าเขียนจากเรื่องจริง ตอนที่เผิ่นเป็นเด็กหนุ่มไปอยู่อเมริกา ทำงานหาเงินเรียนเอง แต่ก็มาโดนจับ ชีวิตในคุกในค่ายจึงเป็นเรื่องราวชวนติดตาม  คนเราไกลบ้าน ไกลญาติมิตร ในยามคับขัน สิ้นไร้ทางสู้ เจ้าว่าเขา

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 3 โดย ทางหอม

รูปภาพ
 บทที่ ๓  ชื่อเดียวก็พอ นามของเธอ เมื่อใครถาม นามเรียกขานชวนฟัง นามสมมติชวนหลงใหล นามคุณค่าชวนเคารพ นามนิยมชวนสดุดี เธอมิพึงใจ คล้ายกกยางนาร้อยปีไม่สะท้านหนาวต่อสายลมเดือนสิบสอง เมื่อใครย้ำ กะปอมก่า เชยนะ กะปอมก่า ไม่จำเพาะเจาะจงเลย กะปอมก่า ไม่ใช่ภาษาทางการสักหน่อย กะปอมก่า ชื่อพื้นเมืองน่ารังเกียจ กะปอมก่า ไม่มีในพจนานุกรมมาตรฐาน รู้ไหม กะปอมก่า ชื่อเทียม ชื่อปลอม ๆ ขอบอก เธอมิข้องขัดขุ่นเคืองแม้เพียงน้อย คล้ายกับความนิ่งสงบของชื่อปกนวนิยายเยาวชน “หอยทากผู้ค้นพบประโยชน์แห่งความเชื่องช้าของตน” งานประพันธ์ของ หลุยส์ เซปุล์เบดา นักเขียนชาวชิลี ผู้ลี้ภัยเผด็จการทหารในประเทศ ไปตั้งหลักที่เยอรมัน และตั้งรกรากในสเปน ฉันเคยขอตั้งชื่อให้เธอ พ่อฉันก็เคยคิดตั้งชื่อให้เธอ และอาจมีใครอื่น เคยอยากให้เธอมีชื่อพิเศษ แต่เธอไม่ต้องการมันหรอก กะปอมก่า ชื่อเดียวก็พอ เธอกระซิบกับฉันในเช้าแดดใสอาบใบสะแบงร่วง ข่อหล่อ  พฤศจิกา ๒๕๖๓ กะปอมก่า นิ่งฟังบทกวีของข่อหล่อ อมยิ้ม ยืดคอ และก้าวเดินช้า ๆ เป็นสง่า ไต่ราวลูกกรงของนั่งห้างไม้มันปลา ไปอาบแดดเช้า  ข่อหล่อพับกระดาษบทกวีลงในซองจดหมายสีน้ำตาล ลุกขึ้น ก้าวไปกร

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 2 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๒  สุดปรารถนาของกะปอมก่า ว่าไปแล้ว สัตว์ไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือหรอก แม้ไม่อ่าน ชีวิตก็ยังดำเนินไปได้ด้วยดี อย่างไม่มีอะไรเสียหาย ยังมีความสุขกับกิจกรรมธรรมดา ๆ การออกหากิน การใช้สัญชาตญาณเป็นอยู่ การเดิน วิ่ง ขับถ่าย นอนหลับพักผ่อน ตลอดจนพูดคุยสนทนากันในหมู่ของตน แต่สำหรับกะปอมก่าตัวหนึ่งนี้ กลับไม่ใช่  เขาต้องการอ่าน ไม่สิ เขาต้องการฟังใครสักคนอ่านหนังสือให้ฟัง เพราะเขาอ่านหนังสือได้ช้าเต็มที แต่ถึงแม้จะอ่านได้เร็ว มือของเขาก็เล็กเกินจะเปิดหน้าหนังสือได้อย่างง่ายดายเช่นมนุษย์ทั่วไป การฟังมนุษย์อ่านเรื่องราวในหนังสือให้ฟัง เป็นกิจกรรมที่กะปอมก่าตัวนี้ติดอกติดใจ ขนาดว่า ถ้าขาดสิ่งนี้แล้ว ชีวิตของเขาย่อมเหี่ยวเฉาลง คล้ายหอมต้นเล็ก ๆ ที่ชาวสวนไม่ได้รดน้ำ มาสักสามวันห้าวันนั่นเทียว ที่ข้างกระท่อม บนต้นสะแบงใหญ่ สูงจากพื้นดินราวห้าเมตร มีนั่งห้างไม้รูปวงกลมล้อมรอบอยู่ มีบันไดไม้วนเป็นเกลียวให้เดินขึ้นสะดวก  วันแรกที่เจอข่อหล่อ เขานอนอาบแดดอยู่บนราวไม้เหนือลูกกรงของห้าง ที่จริง หากห้างนี้ มีหลังคาและฝาผนัง พร้อมประตูหน้าต่างแล้ว ก็จะเรียกบ้านต้นไม้ได้เลยล่ะ ดูพื้นไม้สิ ปูด้วยไม้มันปลา

ข่อหล่อเพื่อนกัน | บทที่ 1 โดย ทางหอม

รูปภาพ
บทที่ ๑ เด็กชายในกระท่อม ไม่นานมานี้ มี กะปอมก่า ลำคอสีเขียวอมฟ้าตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ต้นสะแบงใหญ่ข้างกระท่อมหลังหนึ่ง ซึ่งเด็กหนุ่มนาม ข่อหล่อ อาศัยอยู่ ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน เด็กหนุ่มชอบอ่านหนังสือ กะปอมก่าจึงได้ฟังเรื่องราวสดใหม่ จากดินแดนต่างๆ ทั่วโลกอยู่เสมอ “นายอ่านอะไรอยู่” “นวนิยายเยาวชน” “เรื่องอะไรรึ” “พ่อผมไม่เคยฆ่าใคร ของ ฌอง-หลุยส์ ฟูนิเยร์” “นักเขียนประเทศ?” “ฝรั่งเศส” “มันน่าสนใจตรงไหนล่ะ” “ก็ตรงเป็นเรื่องราวของเด็กชายกับพ่อที่เป็นหมอในชนบท ฉันก็เป็นเด็กชายนะ แต่ไม่ใช่ลูกหมอเหมือนในเล่มนี้” “ในเรื่องเขาเป็นหมอที่ดี เป็นพ่อที่ดีไหม” “เป็นหมอใจดี คนไข้ที่ไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา เขาก็รักษาให้ฟรี  หมอไม่ค่อยรักษาสุขภาพตนเองเลย กินเหล้า สูบบุหรี่ แต่เขาก็เป็นพ่อที่ดีแปลกๆ นะ ต่างจากชาวบ้านชาวเมือง” สายลมเย็นปลายเดือนตุลาคม โชยพัดไล้ลำตัวกะปอมก่า มันนอนอยู่กลางวงกบหน้าต่าง ทับตรงรูลงกลอน ท่าทางการคุยกับข่อหล่อเพื่อนของมันนั้น เหมือนนักเรียนผู้ใคร่รู้คนหนึ่ง “นายอ่านมันให้เราฟังได้ไหม อยากฟังแล้วล่ะ” “ได้สิ ถ้านายต้องการ” *** ข่อหล่อเพื่อนกัน พากย์ลาว1 https://yo

ทางหอม | แนะนำตัว

รูปภาพ
 เว็บบล็อกชื่อ thanghom (ทางหอม)  ตั้งใจนำเสนองานเขียนรูปแบบ "วรรณนิยาย" ที่หลากหลาย โดยจะเน้นไปที่การนำตัวบทชีวิตของผู้แต่งและคนรอบข้างรวมทั้งผู้คนที่ผ่านพบ มาปรุงรสปรับเเรื่อง เลือกบทตอนชวนพิศมาเพิ่มลิมิตของพลังวรรณศิลป์  "ทางหอม" เป็นนามของนักพร่ำคำแต้ม (อาจใช่ หรือไม่ใช่ กลอนเปล่า หรือ กวีร้อยแก้ว) ที่เริ่มงานเขียนมาแล้วในโลกออนไลน์ส่วนตัว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 และเริ่มเผยแพร่งานในเฟซบุ๊คส่วนตัวนาม  thirayuttha butsabongkha: https://www.facebook.com/thhbhs   ในเพจ  ทางหอมบุ๊คเฮ้าส์   ในเพจ  คำแต้ม  จนกระทั่งมีเว็บไซต์ส่วนตัว  kamtaem.com อันเป็นที่ทางนำเสนอผลงานส่วนตัว   https://www.kamtaem.com/ นอกจากงานในนามนักพร่ำ คำแต้ม แล้ว  ทางหอม   ยังมีงานเรื่อง กะปอมก่ากับข่อหล่อ เพื่อนกัน  ที่ถือเป็นผลงานเรื่องเล่าขนาดสั้นหรือนวนิยายสั้นเรื่องแรกของ ทางหอม    เขาเรียกรูปแบบงานเขียนเรื่องนี้ว่า "วรรณนิยาย"  เรื่องเล่าเพื่อเยาวชน  หรือ วรรณกรรมเยาวชน หรือ นิยายสั้นสิบบท   บรรจุเรื่องราวบางเสี้ยวฉากชีวิตส่วนตัวที่เขาประทับใจ ปรุงด้วยความคิดฝันเกี่ยวแก่สังคมนิยม

ผู้มาก่อน

รูปภาพ
อาคารของสงบพริ้ม มณฑปสีกลีบลำดวน หลายใจเพียรพนมมือ นมัสการความเบิกบาน เธอไม่มีชื่อใด มดดำในซอกกลีบ อาศัยเป็นที่พักร้อน ข้อปล้องของคำรำพึง นับได้ไหมเล่า 'ประกายทองแท้' ในชั่วขณะลมไหวใบวาบ ในระเบียบกิ่งก้าน เธอเป็นดารา นำแสดงบทบาท ผู้มาก่อนฤดูกาล พฤศจิกายน  ลมหนาว มีนาคมที่จะถึง  หนาวใด? |คำแต้ม by ທາງຫອມ| อังคาร 5 พ.ย. 2556 ----- |เล่าตามคำแต้ม| ชายหน้าเศร้า เมืองเราเป็นเมืองปิดมานาน  เมืองที่สนุกสนานเบิกบานของพ่อค้าแม่ขาย เจ้าหน้าที่เมืองรุ่นเก่าและเครือข่าย เมืองที่เคลื่อนตัวไปอย่างเอื่อยอ้อยสร้อยของชาวบ้านชาวเมือง เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และคนตกงาน  ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดขึ้น สมัยนั่น 'บางคน' นับหัวได้ที่เกิดมาพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม แต่หลายต่อหลายคน หรือต้องเรียกว่า 'คนส่วนใหญ่' นั่นแหละ ต่างก็เกิดมาพร้อมใบหน้านิ่งราวหุ่นฟางไล่กาบนคันแทนาในฤดูนาปรัง อย่างไรก็ช่าง  เมืองของเรา สามร้อยปีแล้วตั้งแต่ก่อเกิด ไม่ปรากฏในความทรงจำใครเลย ว่ามีคนใบหน้าเศร้า  มีเพียง ยิ้ม กับ นิ่ง จนเมื่อชายคนหนึ่งย้ายเข้ามาเช่าเฮือนพักของโฮงเฮือนกกไม้ชื่อ "มิ่งแมนแนนสาย"