วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ความหลัง #คำแต้ม #ทางหอม


ไผหวนฮู้แนบ่
ความหลังเดือนสี่ปีสองตองสี่

แนมนำฝนรินย้อย     
ชายคากระเบื้องใหม่
คึดเห็นเด                  
หนาวสะบั้นเสี่ยงลี้
หนีภัยคนบิ่นบ้า         
นำไล่ฆ่า บ่เห็นค่าว่าคน

ฝนตกเดือนปักดำข้าวกล้า
คือน้ำตาอาภัพ
ของความฝันอันเปียกชุ่ม
ปากยังไจ้จ่มแจ้วแจ่งภาวนา
ตายเป็นผีบ่มีหัว
ในขุมกองก่าย
ในดงใบยางหนา
ในนาซุมกกตาลซ่ายหล่าย

ความหลังยังมีลมหันใจ
ในสายฝนเดือนแปดหนาวสะบั้น
สั่นสะท้านปานต้นเดือนสี่ที่ท่งสังหารปีนั่น
บ่หม่องใด๋กะหม่องหนึ่ง เป็นแน.

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

คืนฝนริน


เพลง คืนฝนริน
ซอมทาง โพนผักแนว : คำร้อง/ทำนอง
[20.7.2564]

เพลงฝนรินชายคาหนาวจัง
ฟังซวดซาวข่าวน้ำใจใคร
รินหลั่งพื้นปูนเห็นเข็นใจ
ชื่นเย็นฉ่ำไย ไหลลาล่วงเลือนลับเลย

เคยฝนเทียวทางนาแสนงาม
วามเขียวใบไหวชมลมเชย
ดวงตะเว็นทอแสงคุ้นเคย
แจ้วแจ่มเจ้าเอ๋ย  ผญานกนาชวนฟัง

เพื่อนเรือนลำเนา ยังเฝ้าคอยใครคืนหวน
ผ่านงานสัญจรย้อนทวน เติมรักเพิ่มแรงพลัง
แต่ใจน้อยหนึ่ง ร้างเรือนหวงห่วงรวงรัง
ฝนรินชายคาแว่วฟัง  เหมือนดังเพลงเหงาเศร้าหงอย

คืนฝนรินชายคาหนาวครวญ
ทวนเพลงฝนปนน้ำตาปรอย
รินหลั่งล้างใจล้าหลงคอย
ฝากลมล่องลอย ฮอดเฮือนเรือนใจใฝ่หา.

(ซ้ำทั้งหมด)

🌜ไปฟังเสียงฮ้องในดอกโดย บ่าวทิ ยางชุมน้อย ตามลิ้งค์ข้างล่าง ได้เล้ย! 🌝



วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

อายสา ไปถ่อน


⊙เฮ็ดทานนำเพิ่นน้อย
ยังฮู่ฮ่อมอายคน
นาบ่มีกอเขียว
ยังฟ่าวหาปุ๋ยเท่ง
เวรกรรมหลายเดน้อ
งานซุมแซง บ่ได้ซอย
มีเทื่อหน้า สิไปถ่าก่อนไผ

⊙นี่หยัง มือตีนเป็นล้านล้าน
ปานเทวาปั้นแต่ง
ปวงประชาสิมอดม้วย
...ปานหุ่นไม้ด่าบ่ตีง

⊙ไลลืมซาด
ลืมซายบ่ปนแห่
ไลลืมกระดูกต้อม
ยามเซ่าอยู่เมรุ ซางเป็น

⊙ไปสาถ่อน 
ซามยังเห็นเป็นคนอยู่
บัดห่าเฟือยบ่กาง
ยามเฟียงฮองเป็นเถ้าพุ่น
หันหาซากบ่ไส่การ
หันหาได้ผ้อแต่ผี
ท่อนั่นแหลว.


|ทางหอม
•จ.19.07.2564/2021


















วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

อุกเด


อุกนำคันคากเว่าใหญ่
อุกนำเคียขอฮอเว่าหวาน
อุกนำโพสต์เม้นต์ผู้เลิศหล้า
อุกนำบักหญ้าว่าโตเป็นดอกไม้หอม
อุกนำแสงสะท้อนแว่นรถยนต์
อุกนำหนี้ออกลูกหลานแซวคับทีป
อุกนำขื่อคาเฮียนผุทลายม้าง

นกน้อยเงี่ยงหูฟัง
ลมต้องใบกล้วยใบอ้อย
ดอกผักไส่ยิ้มให้ยอดผักหวาน
ดอกบวบโสเหล่กับแมงภู่เผิ่ง
ปล่อยโลกในเฮียน
ปล่อยชานไว่กับแอ่งน้ำ
ปล่อยป่องเอี้ยมไว่กับฝา
ปล่อยไพหญ้าไว่กับคันไม้จ้อง
อุกเด ปานใดสิปล่อยได้คือว่าน้อ

•ทางหอม
ศ.16.07.2564/2021



















วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

คู่เช้า



เช้าหมาดฝนกรายไปพบ
ห้องเช่าซึมเซาแคมห้วย
ควายน้อยเล็มหญ้าริมทาง
สวนกล้วยใบเขียวแคมนา
นาข้าวเขียวทั่ว กำลังดำก็มี

ข่อยตายลง
กลางทุ่งท่า
เป็นนกเอี้ยงตัวนั้น
งอยหลังควายน้อย
ผิดแต่รังซ่นบ่มี
ผิดแต่เสียงลำแหบแห้ง.

•ทางหอม
|พฤ.15.07.2564/2021|




















วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

เมื่อยม้อย


⊙เมื่อยม้อย
|ทางหอม |

เมื่อยนำลมนำแล้ง
เมื่อยนำฟ้านำฝน
เมื่อยนำไม้บ่มีใบป่ง
เมื่ยนำถงบ่มีเงิน
เมื่อยนำคนเป็นหุ่น
เมื่อยนำทางมีแต่โสก
เมื่อยนำโจกบ่มีน้ำ
เมื่อยนำคำบ่มีแก่น
เมื่อยนำแค้นจุกอั่งคาคอ
ในวันคืนเงี่ยงค้อย
แสงเศร้าเก่าคลี่ม่านฝน
บังคีไฟฮ่างเถียงนาน้อย

||| 





















วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

กระจกคำ

เคยคิดไหมว่า คำ เป็นกระจกใสสุด

ที่พูดเช่นนี้ ด้วยว่า มีชายหนุ่มใหญ่อายุราวสี่สิบปลายๆ มักไปยืนมองป้ายโฆษณาอยู่นานสองนาน

ครั้งล่าสุด เขาไปยืนมองป้ายโฆษณาหาคู่ของสาววัยสี่สิบกลางๆ นางหนึ่ง ที่ปิดประกาศด้วยผ้าไวนิลผืนใหญ่ ข้อความที่ขึ้นอยู่ตรงกลางเยื้องไปทางขวา จากใต้ราวนมรูปถ่ายของนางที่เสนอหน้ายิ้มละไม ก่อนเขาผละเดินจากไป เขาโค้งให้ป้ายอย่างคนกำลังทำความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงค่าสักอย่าง

หลายวันต่อมา เขาก็มาทำอย่างเก่าอีก คือยืนมองป้ายอยู่นานสองนาน โค้งคำนับแล้วเดินจากไป คนที่บังเอิญมาพบเห็นก็ไม่เข้าใจว่า เขาทำอย่างนั้นทำไม


วันต่อมา ขณะที่เขากำลังทำความเคารพป้ายเสร็จพอดี หญิงสาวใหญ่คนงามก็ปรี่เข้าไปหา

"โทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่า คุณทำแบบนี้ทำไม"
"โทษทีครับ ผมรุ้สึกขอบคุณคำ ๆ หนึ่งในป้าย เอ๊ะ! คุณนี่เอง" เขามองป้าย แล้วหันมาสบตานาง "คุณคือเจ้าของป้ายสินะครับ ยินดีด้วยนะครับ ป่านนี้คุณคงได้เจ้าบ่าวแล้ว"
"ยังเลยค่ะ" เธอพูดเสียงเบาแล้วก้มหน้ามองเท้า "คงไม่มีหวังแล้วล่ะค่ะ"
"อ้าวยังสาว สวย และรวยด้วย ผมนึกว่า..." เขาหยุดพูด เหมือนรู้ว่า ยิ่งเขาขืนพูดอะไรๆ เรื่องนี้ต่อไป อาจกระทบกระเทือนใจเธอยิ่งขึ้น "โทษทีนะครับ ทำไมคุณไม่ลองใช้แอปพลิเคชั่นหาคู่ล่ะครับ" เขาแนะนำ
"ไม่ดอกค่ะ ดิฉันว่า คนจริงใจต้องเริ่มจากการได้อ่าน ได้ขบคิด มิใช่อะไรๆ ก็หาตัวช่วย คนพรรค์นั้นหาง่ายจะตาย แต่ฉันคงไม่ยอมรับมาเป็นพ่อบ้านแน่ๆ"
"ทำไมรึครับ"
"คนขี้เกียจ"
"แล้วคนมาอ่านป้ายแล้วไปหาคุณ คุณก็จะยอมรับง่ายๆ งั้นรึ"
"ก็คงต้องดูใจกันไประยะหนึ่งค่ะ" นางจริงจัง "แล้วคุณล่ะคะ ที่ว่าขอบคุณคำในป้าย คำไหนรึคะ"
เขาแหงนมองป้ายขนาดสูงเท่าตึกสามชั้น กว้างเท่าผนังห้องหกเมตรต่อกันสี่ห้อง  ข้อความตัวใหญพิมพ์ด้วยสีชมพูมีเงาและลวดลายดอกไม้พลิ้วไหวน่าชื่นเชย
-อย่าให้วัยหนุ่มสาว- ตัวขนาดรองลงมาคือบรรทัดที่สองสีแดง -ที่เหลือค้างต้องสูญเปล่า- และ -มารักกับฉัน- ตัวเท่าบรรทัดที่สองแต่เป็นสีขาวขอบเขียว  ส่วนมุมบนขวา มีเบอร์โทรศัพท์ และไอดีไลน์ 
"สูญเปล่า ครับ คำนี้แน่ๆ สูญเปล่า"
นางจ้องหน้าหนุ่มใหญ่อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"นี่คุณ...ผมทำอะไรให้หรือครับ จึงโกรธ หน้าแดงเหมือนยักษ์ขนาดนี้"
เธอสะบัดหน้าหนี และเดินจากเขาไป

---
ผู้แต่ง : คีต์ คิมหันต์
---

ล่มสลาย




สลายรัก สลายร่าง มิขวางกั้น
ด้วยดื้อรั้น ดันทุเรศ เป็นเหตุใหญ่
ด้วยยอมตาม ลามโลภา ไม่น่าอภัย
จึงเหลวล้ม ก้มกำภัย  ขยายวง

ที่ชอบชื่น หมื่นทวี สีสันสร้าง
ที่บอบบาง ประจ่างใส กลับไสส่ง
ที่แท้จริง สิ่งสำคัญ ก็บั่นลง
ที่มั่นคง ส่งเสริมค่า กลับฆ่าทิ้ง

เปลืองเวลา เปลืองหัวใจ เปลืองใดหมด
ไม่เหลือยศ สง่างาม ความชายหญิง
แม้ทางเลือก เพศใดใด ยังท้วงติง
เหมือนถูกทิ้ง กลางสาธารณ์ ด่านสนธยา

ถึงจุดจบ คำรบล้าน กาลกำหนด
ตามตัวบท กระทำเหตุ สังเวชหนา
โอตัวตรม ล่มสลาย คล้ายเวลา
เลื่อนไหลเลย มิเฉยชา ไม่อาวรณ์ฯ

•บงก์บงค์
•อัง.6 ก.ค. 2564


ทรวงเหงา

เหงายามเช้า
ด้วยอยู่เดียวเดี่ยวโดด
ด้วยไน้คนคิดถึง
ด่วยำน้คนห่วงหา
ด้วยไร้คนนำพา
ด้วยไร้ที่หมาย
ด้วยไร้พลัง
ด้วยแสงเงินแสงทองกลายเป็นฝุ่นไฟและเถ้าถ่านและหมอกควัน

เหงายามสาย
ใครกันเล่าเคยเคียงข้าง
ใครกันนะเคยเป็นแรงใจ
ใครกันเคยพร้อมสู้
ใครหรือคล้ายดั่งเงา
ใครไม่รู้ไม่รู้ว่าเคยร้องเพลงกระซิบแผ่วข้างหู

เหงายามเที่ยง
โหยหิวความรัก
กระหายหิวความหวัง

เหงายามบ่าย
ยอมให้ความเหงาสบตา
ยอมให้ความเหงาสอนสั่ง
ยอมให้ความเหงาบรรจุบทเรียนในอารมณ์
ยอมให้ความเหงาทำโทษที่ไม่รู้จำ

เหงายามค่ำคืน
ทุกนาทียังเปล่าเปลี่ยว
ทุกนาทียังแห้งเหี่ยว
ทุกนาทียังโอดโอยโหยหา
ทุกนาทียังรำพันสุดพรรณนา
ทุกนาทียังเหว่ว้า


เหงาทุกยาม
ทวีเหงาลุกลาม
ปกคลุมและกดทับ
เหมือนภูเขาหมื่นลูก
เส้นหญ้าน้อยนี้
มิอาจขัดขืนและหลบเลี่ยงหนีหาย.

||ทางหอม|
อัง. 6 ก.ค. 2564

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

นิยายฮัก


นิยายรัก

แรกพบเหมือนรู้จักกันมาเป็นพันปี
ดำดิ่งในรำลึก
ยิ่งนานวันยิ่งผูกฝั้น
ใจคิดถึงกอดก่าย

วันนี้ วัยล่วงคล้อย
คือยามบ่ายหลังฝนซา
ของหัวใจดวงน้อยหลายแสนร้อยบาดแผล...

||ทางหอม|
























เรื่องแต่งควรช่วยคนเราให้รื่นรมย์

 ผมไปพูดกับวัยรุ่นเรื่องการพัฒนาเรื่องสั้น-นิยายมา มีนักเรียนวิจารณ์เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งอย่างหัวเสีย เขาว่า เนื้อหาสาระในเรื่องนั้นมันไม่ถู...