วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565

ท่วมและแล้ง : กลอนข่าวใจ

ฝนตกต้อง ท้องนา เป็นท่าน้ำ
ฝนตกย้ำ ลำมูน ลำชีเสียว
ฝนตกหนัก ผักข้าว หนาวทรวงเซียว
ฝนมาเที่ยว นานวัน คนหวั่นเกรง

คนหวั่นนา นึกอ่วม ท่วมซ้ำซ้ำ
คนหวั่นเมือง มุดดำ น้ำข่มเหง
คนหวั่นทาง ทอดเห่ ทะเลละเลง
คนหวั่นเพลง น้ำมา อุราระทม

ระทมทุกข์ บุกเบียน เขียนเข็ดขื่น
ระทมหมื่น แสนสิ่ง ดิ่งแค่นขม
ระทมหนี้ บี้บอม ชีพจ่อมจม
ร้าวระทม หนีทัน หรือบรรลัย

หรือใครเล่า เข้าแก้ แย่ลดน้อย
หรือใครเล่า เข้าปล่อย ทุกข์ลอยไหล
หรือใครกัน  ปั่นโศก วิโยคไกล
หรือใครใคร เกินล้ำ ธรรมชาติครอง

ธรรมชาติ สร้างให้ เราได้ปลื้ม
ธรรมชาติ ให้ยืม รอยยิ้มย่อง
ธรรมชาติ ให้จำ ท่วงทำนอง
ธรรมชาติ ให้ร้อง เพลงพระธรรม

ธรรมคือจริง ตามเหตุ ปัจจัยสร้าง
ธรรมคือจริง ทุกทาง กลางสูงต่ำ
ธรรมคือจริง วนเปลี่ยน เวียนลำนำ
ท่วมถ่ายธรรม ถอยสู่ ฤดูแล้ง

แล้งน้ำฟ้า หาน้ำบ่อ พอชูช่วย
แล้งน้ำบ่อ น้ำใจด้วย ช่วยแต้มแต่ง
น้ำใจรัก ช่วยเหลือ เอื้อสำแดง
ท่วมหรือแล้ง ร่วมสู้ผ่าน ทุกย่านบางฯ

ธีรยุทธ บุษบงค์
เสาร์ 24 กันยายน 2565














วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

บ่อาจเป็นไปได้

เช้านี้สีเทาทึมคือเมฆฝน
กรมอุตุว่า ห้าถึงเก้ากันยาฝนมาหนักมาก
ชีวิตบ่าวทิค่อยเคลื่อนไป
จากจุดที่ยืนกลางทุ่งการงานสู่ป่าการงาน...
ความสุขแปรรูปคือเมฆฟ้า
จากขาวเป็นเทาเป็นทึมเป็นดำทะมึน
ค่อยร่วงรายเป็นเม็ดเป็นฝอยเป็นสาย
ร่ำรั่วลงพื้นแด่แผ่นผืนโลกา 
มิอาจชูชันพุ่งสู่นภากาศ
ลีลาระบำใบข้าวเขียวขจี
ยั่วล้อให้พรำสายมิหยุดหย่อน
เพลงกบเขียดแมลงนาทุ่งขับกล่อม
น้อมใจให้ผ่านมาฝากชื่นฉ่ำเย็น
สายลมเรี่ยยอดหญ้าคันแทนาเหล่านั้น
เพลินใจให้ลงเม็ดงามถามข่าว
แต่ละสิ่งงอกงาม เติบโต ใช้ชีวิต แผ่ฝากชีวา สื่อสารชีวัน
บ่าวทิมิอาจเป็นเมฆฟ้าหรือสายฝน
แน่แท้ ก็มิอาจเป็นลีลาใบข้าว
มิอาจเหมือนทำนองเพลงแห่งสรรพสัตว์
หรือแม้สายลมทุ่ง เขาก็มิอาจคล้ายแม้ส่วนเดียว
แล้วไฉนเล่า หนุ่มคนหนึ่ง
จะเป็นเฉกใครอื่นได้
หรือแม้แต่ละม้ายเหมือนใครสักคนก็หามีไม่
โอ ความคิดอ่านใคร
"บ่อาจเป็นไปได้" เหมือนใครสักเสี้ยวคน.

-ทางหอม-
พุธที่เจ็ดกันยายนสองห้าหกห้า


ท่วมและแล้ง : กลอนข่าวใจ

ฝนตกต้อง ท้องนา เป็นท่าน้ำ ฝนตกย้ำ ลำมูน ลำชีเสียว ฝนตกหนัก ผักข้าว หนาวทรวงเซียว ฝนมาเที่ยว นานวัน คนหวั่นเกรง คนหวั่นนา นึกอ่วม ท่วมซ้ำซ้ำ...