แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำเล่าฅน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำเล่าฅน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

นิยายฮัก


นิยายรัก

แรกพบเหมือนรู้จักกันมาเป็นพันปี
ดำดิ่งในรำลึก
ยิ่งนานวันยิ่งผูกฝั้น
ใจคิดถึงกอดก่าย

วันนี้ วัยล่วงคล้อย
คือยามบ่ายหลังฝนซา
ของหัวใจดวงน้อยหลายแสนร้อยบาดแผล...

||ทางหอม|
























วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ติดคำ ติดอะไรไม่ยอมแกะทิ้ง [คำเล่าฅน โดย ทางหอม]

ติดคำ ติดอะไรไม่ยอมแกะทิ้ง
[คำเล่าฅน  โดย  ทางหอม]
 
เช้าหลายวันก่อน ระหว่างเขานั่งมองหวดที่สวมหม้อนึ่งค้างเตาถ่าน
รอให้ข้าวในนั้นสุก คำคนในบ้านเมื่อครู่ที่ตำกระแทกหัวใจ ดูเหมือนจะโตเป็นฆ้อนปอนด์ กำลังกระหน่ำทุบแก่นแกนหัวใจความคิดอ่าน มันก่อให้เกิดความโกรธ เบื่อหน่าย และพร้อมจะระเบิดออกไป เป็นคำพูดตอบโต้ คำหยาบ คำเหยียด หรือแม้แต่คำเอาคืน
 
ลองคิดดู แค่คำ ว่าแล้ว บ่อยากให้เฮ็ดที่มีความหมายว่า -ว่าแล้า เพราะกลัวจะทำไม่ถูก ไม่ดี จึงไม่อยากให้ทำ เห็นไหมล่ะ ผลมันเป็นยังไง-
 
แต่ในใจกลับโต้ว่า ไม่ให้เกียรติกันเลยเว้ย!’ ‘ฉันคิดอีกแบบ มันมีวิธีที่ดีกว่าที่คุณว่า ก็ที่ฉันทำนี่ล่ะ? เป็นความจริงแท้ คุณเล่นจำกัดวงความคิดถูก-ผิดไว้แคบๆ แค่นั้น จะไปรู้อะไร!’
 
พลันเขาก็คิดไปถึงข่าวร้ายๆ ในจอโทรทัศน์ ตามหน้าหนึ่งแฟลตฟอร์มออนไลน์  ที่คนทะเลาะกัน ทำร้ายกัน ฆ่าฟันรันแทงกัน เพียงเพราะคำพูดของอีกฝ่าย
 
แล้วอะไรล่ะ ที่ใจเราข้องติด คำมันมีกาว มีตัวยึดใจ ยึดความคิดเราให้ไปจดจ่อ และพอกพูนความหมายทางลบ มากขึ้นๆ จนท่วมทับถมทุยทำลายหลักการและเหตุผล ของความเป็นฅนที่ควรมีต่อกัน ที่ควรเคารพ ทบทวน ให้อภัย และหันหน้าเจรจากันใหม่
 
ระหว่างนั้น รอยยิ้ม หรือแม้แต่แววตาอาทร หายไปไหนเสียเล่า?
 
เราติดยึดกับความหมายอดีตที่ติดตัวเรามาของคำเหล่านั้น ใช่ไหม?
เรายอมให้ตัวเราตกเป็นทาสความจริงที่ตายไปแล้ว อย่างนั่นหรือ?
หรือว่า จิตใจเราตกไปอยู่ในทะเลโคลนดูดความหมายเดียว ที่เราพอใจจนไม่อยากจะปีนออกมา ยอมให้ตัวเองจมหายตายไปอย่างกับกิ่งไม้ ก้อนอิฐ หรือสิ่งของที่ไร้ความคิดอ่านเสียแล้ว
 
แว้บ! ที่เขามองไปที่หวดข้าวนึ่ง ที่กระอายไอขาวขุ่น แทรกตัวออกมารอบๆ ฝาหม้อที่ปิดอยู่ สูดลมหายใจเข้ายาว แล้วค่อยๆ ผ่อนออกช้าๆ ทำอยู่สามรอบ เขาจึงรู้ตัวว่า ตัวเขาอยู่ตรงนี้
 
คำพูดนั้น หดมือกาวหนึบเหนียวของมัน และแรงดึงเหนี่ยวรั้งก็มลายหายไปสิ้น เหมือนนักมายากลเล่นกลของหาย ที่เราพยายามจ้องดูอยู่ไม่วางตา นานนับหลายนาที แต่มันก็เร็วสุด จนมองไม่ทัน
 
 
 

ท่วมและแล้ง : กลอนข่าวใจ

ฝนตกต้อง ท้องนา เป็นท่าน้ำ ฝนตกย้ำ ลำมูน ลำชีเสียว ฝนตกหนัก ผักข้าว หนาวทรวงเซียว ฝนมาเที่ยว นานวัน คนหวั่นเกรง คนหวั่นนา นึกอ่วม ท่วมซ้ำซ้ำ...