แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 30 ปี คำแต้มของ ธีรยุทธ บุษบงค์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 30 ปี คำแต้มของ ธีรยุทธ บุษบงค์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กลอนลำกำพร้า : คือลมฝนผ่านต้อง

บาดแผล (ทวนมุมมองของคนรักกัน)

 บาดแผล (ทวนมุมมองของคนรักกัน)

คำแต้มของ ธีรยุทธ บุษบงค์

(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน กรุงเทพธุรกิจ-จุดประกายวรรณกรรม  ๒๕๔๕)

 

เส้นลวดขึงไว้ตากผ้า

หายเข้าไปในเนื้อมะม่วงวัยสาว

อย่างจำนน

กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

ฝ่ายหนึ่งเคยโอบกอดรัด

ฝ่ายหนึ่งคอยฮึดฮัดคร่ำครวญ

ล่วงมาหลายปี

ฝ่ายหนึ่งกลับครอบงำ

ฝ่ายแรกจำทนอยู่อย่างหมดทางดิ้นรน

ผู้สร้างบาดแผลกลับได้บาดแผลเสียเอง

รอพายุฤดูร้อนแยกทั้งสองออกจากกัน

การพลัดพรากรอฝากแผลใหม่เป็นกำนัลฯ






 

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

กลิ่นที่ไม่เคยเป็นอื่น

กลิ่นที่ไม่เคยเป็นอื่น

คำแต้มของ ธีรยุทธ บุษบงค์

(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน สยามรัฐรายวัน-ชาวกรุง ๒๕๔๔)

 

เธอรู้ตัวบ้างไหม

มันไม่เคยจางหายไปจากชีวิต

ข้างในนั้น

กลิ่นสายน้ำห้วยครกที่เอื่อยไหลลงสู่ลำแม่มูล

ติดตัวเธอไป

ในรถโดยสารสู่เมืองใหญ่

ในรถไฟสู่กรุงลุ่มลำเจ้าพระยา

กลิ่นหญ้าฟางข้างเถียงนาใต้ร่มหว้าชรา

ติดตัวเธอไป

ในตึกเรียนปริญญา

ในห้างสรรพสินค้า   ร้านมิยอมหลับ

กลิ่นดอกไม้หอมของทุ่งรักหลังฤดูเก็บเกี่ยว

จะยังติดตัวเธอไป

ในห้องแอร์สำนักงาน

ในห้องคาราโอเกะ  คลับบาร์

ตัวเลขอายุเพิ่มสู่หลักสองหลักซาว

เธออาจลืมไปว่ามันยังคงอยู่

กลิ่นผ้าไหมแม่ที่เพิ่งตัดจากหูกทอใหม่ใหม่

กลิ่นจอบเปื้อนเหงื่อพ่อที่เพิ่งว่างจากมือดำด้าน

กลิ่นแกงปลาช่อนหนองไผ่ใส่ดอกและหัวหอม

กลิ่นผักกะแยง   มดแดงเปรี้ยว

กลิ่นปลาร้า   ส้มตำ  เมี่ยงลำข่า

.............................

.............................

โอ...กลิ่นพี่น้องเชื้อแถว

กลิ่นที่ไม่เคยเป็นอื่น

จะยังติดตัวเธอไป

ไม่มีวันจางหาย.




วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

นักรบไก่หญ้า

นักรบไก่หญ้า

คำแต้มของ  ธีรยุทธ บุษบงค์
(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน ลมผลัดขน คนลอกคราบ ๒๕๕๗)


        จุดคบความคิดคุ้นเอื้อ                    ส่องไม่รู้เบื่อ
กลางนาผ่องข้าวพราวรวง
        พิศภาพพี่น้องอิ่มทรวง                    ไฟฝันโชติช่วง
ส่องทางพร่างพื้นตื่นพร้อม
        หญ้าแพรกแปลกปลายปมป้อม      เสาะสรรดีพร้อม
ชักชวนเล่นตีไก่หญ้า
        ท่ามทุ่งสีทองทาบทา                       แผ่นดินปู่ตา
พื้นบ้านย่ายายลำเนา
        เปลี่ยนตีเปลี่ยนตี ใหม่-เก่า              เปลี่ยนโลกใบเหงา
เป็นโลกดอกฝันเพิ่มพูน
        บานหอมไม่ยอมเสื่อมสูญ                บริสุทธิ์บริบูรณ์
บ่มเพาะหน่อพันธุ์บำเพ็ญ
        แลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เย็น                  หมดมือค่อยเฟ้น
ที่แกล้วยืนหยัดประลอง
        ที่แพ้แน่แน่วแคล่วคล่อง                   ค้นหาสำรอง
หวังกลับแก้มือประชัน
        รื่นร่มไม้นาบ่ายนั้น                            เมื่อยล้าโรมรัน
สองน้อยพี่น้องหลับพริ้ม
        กอดทหารไก่หญ้าอมยิ้ม                   ฉายแววเอมอิ่ม
ฟ่อนฟางต่างหมอนช้อนฝัน.




ใบซ่อนดอก

ใบซ่อนดอก

คำแต้มของ  ธีรยุทธ บุษบงค์

(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์  ๒๕๔๕)




ใบไม้เหมือนเสื้อผ้า

ปิดซ่อนบางสิ่ง

เปิดเผยบางส่วน

 

ดอกไม้แต่งต้นสง่า

ซุกใต้ใบไม้

ปรุงกลิ่นหอมพื้นถิ่น

ถนอมนวลกลีบงามแห่งเผ่าพันธุ์

 

ลมพัดอ่อนโยน

ใบไม้พลิกไหว

ดอกไม้หลบหน้า

เขินอาย

 

ดวงตะวันฤดูหนาว

ส่องแสงทาบทา

ทั่วท้องทุ่งตะวันออกเฉียงเหนือ

วันใหม่ของโลกเก่า

มอบความอบอุ่นแผ่เผื่อ

 

ลมพัดกระหายหิว

ฉีกตัดใบไม้ ปลิดปลิว

แสงเช้าถูกเมฆหมอกกักกั้น

วันเก่าของโลกใหม่

ดอกไม้ไร้ที่ซุก.













วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เคราะห์รักพันปี

เคราะห์รักพันปี
คำแต้มของ  ธีรยุทธ บุษบงค์
(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ๒๕๔๔)


    ถึงเป็นเคราะห์ยังคงดำรงมั่น 
หลักประกันขวัญมิ่งด้วยสิ่งไหน
ฝีมือดีเด่นเป็นเช่นไร 
รางวัลกวียังอีกไกล อาจเกินคว้า
ไม่มีใครบังคับ ยอมรับอยู่ 
เห็นครูร้อยคำปรารถนา
เห็นพี่เรียงถ้อยวันเวลา 
เป็นช่อทิพย์ผกา พิรุณพราว
หอมเหลือคำหอมจากอ้อมอก 
ฉ่ำซ่านธารน้ำตกจากห้วงหาว
มือนางฟ้าประคองฝันปันเดือนดาว 
มาปลุกคราวลำเค็ญเป็นกำลัง
หลอมชีวิตคิดเขียนเปลี่ยนอักษร 
เป็นวรรคบทกาพย์กลอนสะท้อนหวัง
สังคมนี้มีแง่มุมน่ารักชัง 
มีความหลังความลึกให้ขุดค้น
อยากเผยความลับจากหับห้อง 
อันเกี่ยวดองด้วยความเชื่อเจือสับสน
เป็นขยะหรือไม่ เคยกังวล 
แต่เหตุผลความรักหนักพอตัว
เขียนความจริงอิงความรัก 
ไม่หาญหักน้ำใจสิ่งเหนือหัว
ด้วยเชื่อมั่นกฎแห่งกรรมสำนึกกลัว 
ดีชั่วคนเห็นเป็นพยาน
เหมือนตกห้วงเคราะห์รัก 
แม้ตระหนักตกต่ำทุกสถาน
บทกลอนประเทศนี้ไม่เบิกบาน 
คนอ่านคนเขียนคนเดียวกัน
จะร่ำไรไยหรือ ให้ยื้อยุด 
รวยที่สุดเขาเล่นหุ้น เล่นเงินผัน
เล่นอักษรสื่อมนุษย์สุดสามัญ 
ไม่อาจกลั่นหมึกหมองเป็นทองคำ
ยอมรับเคราะห์ต่อไปไม่กลัวแพ้ 
กลัวก็แต่คนใกล้กันหันเหยียบย่ำ
อีกพันปีอาจดุ่มด้นไม่พ้นกรรม 
เคราะห์กวีนิพนธ์กระหน่ำยิ้มจำนนฯ

ท่วมและแล้ง : กลอนข่าวใจ

ฝนตกต้อง ท้องนา เป็นท่าน้ำ ฝนตกย้ำ ลำมูน ลำชีเสียว ฝนตกหนัก ผักข้าว หนาวทรวงเซียว ฝนมาเที่ยว นานวัน คนหวั่นเกรง คนหวั่นนา นึกอ่วม ท่วมซ้ำซ้ำ...