บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ตุลาคม, 2020

Blogger กับบทเรียนจาก kamtaem | ตอน 1 ไปต่อดีไหม?

รูปภาพ
แรกเริ่มรู้จัก Blogger จากเพื่อนรุ่นน้อง ผู้มีประสบการณ์ ในการหาเงินในโลกออนไลน์มาหลายปี ก็แน่ล่ะ รายได้ คือแรงดึงดูด กระตุ้นให้อยากมีบล็อกเป็นของตนเอง ใช่ครับ...หากการเขียนบล็อก มีรายได้ และเป็นรายได้ที่เลี้ยงปากท้องได้ มันก็น่าสนใจมากถึงมากที่สุด เพราะเราพอมีประสบการณ์การเขียนเป็นทุนอยู่บ้าง และเราอยากยึดอาชีพเขียนจริงจัง ไม่ต้องเกาะอาศัยอาชีพงานประจำที่แย่งเวลา อ่าน-คิด-เขียน ของเราไป คิด เขียน มีรายได้ คือทางที่เราคิดหวัง ไม่ใช่ ทำงานประจำ มีรายได้ ว่างๆ ค่อยคิดค่อยเขียน ผมจึงเริ่มสร้างเว็บบล็อกนี้มา ตั้งเดือนตุลา ปี 2562  ถึงตอนนี้ก็ครบ 1 ปี แล้ว  และเริ่มมีโฆษณาในหน้าเว็บแล้ว 2 สัปดาห์ แล้วเมื่อวาน ก็โดนระงับการลงโฆษณาไปเรียบนร้อย เดี๋ยวมาคุยเรื่องโดนระงับกัน  แต่ก่อนคุยเรื่องนี้ ขอท้าวความความเป็นมาของคำแต้มก่อนครับ ผมสร้าง kamtaem.com ใช้เนื้อหาบทกวีที่เขียนเอง ใช้รูปที่ถ่ายเองทำปก และปกบทความแต่ลำชิ้นก็ออกแบบเอง  ดังนั้น ด้านเนื้อหาจึงผ่านนโยบายของ google ไม่ยาก และจะไม่ถูกระงับฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้เลยในชีวิตนี้  ข้อนี้รับประกันตัวเองด้วยความซื่อสัตย์ต่อหัวใจดวงน้อยๆ นี้ เมื่อ

ผู้ร้อยรุ่น

รูปภาพ
ลักยิ้มของวันจันทร์ ลานบ้านสีดอกมะยม ลูกชายไหว้ย่าของหลาน เลี้ยงดูสองรุ่นแล้ว เธอยืนต้นหน้าบ้าน พริ้มดอกประดับร่าง พร้อยลูกแต่งเรือน วรรคทองของเงาร่ม สลักระหว่างวัย 'สะท้อน ย้อนแย้ง' ย่าหนึ่ง-หลานหนึ่ง วันแห่งเสียงสรวล เธอรับแรงปีนป่าย หลานไปซ้าย ทั้งที่ย่าพร่ำบอก "ไปขวานะลูก" ละครความรัก ดำเนินเรื่องในลานร่ม ตราบสิ้นเผ่าพันธุ์ |คำแต้ม by ທາງຫອມ| อ.5.11.2556 ------ |เล่าตามคำแต้ม| ตอน ชายแจกใบปลิว ยอมรับ แบบไม่ที่เหตุผลค้าน ชายคนนั้นทำให้คนเมืองเราต้องหันมามองตนเองใหม่ คำถามที่กึกก้องในใจชาวเมืองทุกคน ตั้งแต่เด็กที่เพิ่งคิดอ่านเป็น ไปจนถึงคนชราและคนป่วยหนักจะเข้าโรงในชั่วโมงสองชั่วโมงนี้คือ  "ส่องใส คืออะไรในตัวเรา ส่องใสจะสว่างไสวแค่ไหนเพียงใด ยาวนานเพียงไหน สำหรับเมืองเล็กๆ ของเรา" ทุกวัน ชายชรานัยน์ตาดำขลับเป็นประกาย ประหนึ่งแอบไปเปลี่ยนดวงตาเด็กหนุ่มมาหมาดๆ ผิวคล้ำพองาม คล้ำเพราะการเดินกลางแดด เทียวเดินแจกใบปลิวลายมือตัวอักษรธรรมลาว ตามถนนรนแคม ตรอกซอกซอย ไม่เว้นแม้ในสวนส้มแบงสาธารณะประจำเมือง ตามสี่แยกไฟแดง ตามโรงหมอลำประจำทิศของเมือง ตามซุ้มน้ำชาดอกขะย

ผู้ปีนป่าย

รูปภาพ
พุธของความลิงโลด รั้วสีดอกเข็ม บางคนยังสำรวจ ตื่นเห็นในความตื่น เธอชวนเพ่งพิศ ใต้ชายคาสีคล้ำหม่น ขับดอกไม้ให้เด่นพิเศษ ท่าทางของถ้อยคำ เชื่อว่าข้างบน 'สวรรค์ลูกห่าม ๆ' จักไปชิมรสเป็นยา ชั่วระยะสุดเอื้อมหนึ่ง เธอจัดร่างประณีต ค่อยเคลื่อนกาย ตามเส้นหญ้าแห้งนั้น รหัสความสูงต่ำ ยากง่าย ขานอ่านได้ด้วยรอยยิ้ม |คำแต้ม by ທາງຫອມ| อา. 3 พ.ย. 2556 ------ |เล่าตามคำแต้ม| บ้านเช่าฝาไม้ไผ่สาน นับหลายเดือนแล้ว ที่เขาย้ายเขามาอยู่บ้านเช่าหลังนี้ บ้านไม้ใต้ถุนโล่ง หลังคามุงสังกะสี ฝาไม้ไผ่สานประณีตออกสีหม่นเป็นผนังรอบตัวบ้านชั้นสอง ที่ไม่กั้นห้อง มีบันไดไม้อยู่ตรงมุมด้านใน ลงขั้นสุดท้ายมาแล้ว เดินวนออกไปทางซ้ายนอกชายคา ไม่ถึงสิบก้าวก็เป็นห้องน้ำหลังเล็กที่ปลูกขึ้นติดรั้วลวดหนาม มีต้นมะม่วงใหญ่ให้ร่มเงา ถัดจากห้องน้ำไปตามแนวรั้วอีกราวยี่สิบก้าวเป็นบ่อน้ำส่าง นี่คือจุดขายของบ้านหลังนี้ที่เขาพอใจมาก ชายชรานั่งจิบชาใบป่าช้าเหงาอยู่บนแคร่สะแนนไม้ใผ่ ตรงมุมใต้ถุนบ้านด้านติดถนน มีรั้วกระถินแคระสูงเพียงเอวกั้นอยู่ ลมหนาวระลอกแรกเริ่มแทรกตัวมาในทุกอณูอากาศ เริ่มจากวันที่ 14 ตุลาคม ถึงวันนี้ก็นานเป็นสอง

ผู้บันทึกรัก

รูปภาพ
เช้าผ่องของวันพฤหัส เฮือนเฮาสีดอกสะเลเต นกนักเพลงบนกิ่งมะยม ขับลำทำนองล่องโขง เธอชูช่อสะพรั่ง ข้างโอ่งมังกร เผยอดีตสรรวันพระ สัมผัสของกลีบมน ดั่งบทกวีในกัณฑ์เทศน์ บุญออกพรรษา 'อีกเก้าเดือนอันรกเรื้อ' แม้ยามหลับสงบ เธอก็แอบบันทึก วรรณกรรมความรัก แซมหูผู้เฒ่า บนหิ้งพระ รอมือดี เก็บกำ นำดอกแห้งไป โปรยธรรม |คำแต้ม by ทางหอม| อา.3.พ.ย.2556 ----- | เล่าตามคำแต้ม | นักปลูกมือทอง เป็นเรื่องหนักใจที่สุด พืชผักไม้ผลไม้ดอกที่เขาปลูก ต่างแข่งกันงอกงามให้ใบให้ดอกให้ผล จนเขาไม่มีเวลาอยู่สงบได้  ทุกบ้านในเมืองเล็กๆ ของเรา ต่างแย่งกันจองคิวเขา จนตารางงานยาวไปอีกยี่สิบปี การจับพลัดจับผลูมาประกอบอาชีพ ที่คนไม่เคยรู้จักมาก่อน หรือไม่เคยคิดกันเลยว่า จะมีขึ้นในขุมชนเมืองของเราได้ นี่เป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้ จำได้ไหม ชาวเมืองของเราทั้งหลาย วันที่เจ้าของไร่หอมแดงเจ้าหนึ่ง ออกมาให้สัมภาษณ์ในวารสาร "มนต์หอมกระเทียม" ว่าทำไม เขาจึงสามารถทำรายได้เป็นตัวเลข 7 หลัก จากการปลูกหอมแดง 4 ไร่ เพียงฤดูกาลเดียว "ทำได้จั่งใด๋ ปลูกหอมแดงโพนเดียว 4 ไฮ่ ได้เงินล้าน" "อืมมม... ข่อยกะบ่อยากเชื่อ

ผู้รำงับ

รูปภาพ
ขาดพร่องสิ่งใด ใครเล่ารำพันเศร้า ราวกับโลกใกล้ล่มสลาย ระงมเสียงร่ำไห้โหยอ่อน เธอยื่นหน้ากวักเรียก มาสิมิ่งมิตร อิ่มเอมเต็มตื่นสถาน ยังรอ สักวรรคกวีฉ่ำ ดับกระหายอันทุรน สักบาทกวีชื่น คลายร้อนระอุอันทุราย เธอเกิดมาพร้อมสรรพ ทุกนาทีมีเผื่อแผ่ ดอกยินดีชดช้อย กลีบรู้ พอเบิกบาน แม้จังหวะลมสงัด ยังอ่อนโยนโอนอารี ประหนึ่งเล่นล้อกับโลกแล้ง |คำแต้ม by ທາງຫອມ| พฤ. 28.11.2556 🍃🍃🍃🍃🍃 |เล่าตามคำแต้ม| ปางนั้น ผมคุยกับเธอเสมอ แม้ไร้ถ้อยคำเอื้อยเอ่ย เธอเดินทางมาจากฟากโลกหล้าไกลโพ้น ยื่นนิ่งที่หน้ากระท่อม กี่วันคืนแล้ว ที่ไม่ได้พบกันขณะเปิดประตูกระท่อมมาเจอ พลันใจผมกระหวัดถึง ฉากเล่าปี่ไปคุกเข่าหน้ากระท่อมเด็กหนุ่มนาม ขงเบ้ง  ผมเป็นเล่าปี่-นอกระท่อม เธอคือขงเบ้ง-เจ้าของกระท่อม เธอสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้มตัวเก่า  ผมจำได้ดี  เสื้อยืดก็ตัวเก่า คอกลมสีเดียวกัน มีอักษรธรรม 'นา' ตัวใหญ่สีเทาสว่างตรงกลางเสื้อด้านหน้า จากใต้คอเสื้อลงมาเกือบถึงชาย เธอกำลังปลดเป้สีแดงดอกกะโดนที่สะพายมา ชักศอกซ้ายไปข้างหลัง ยกมือชักท่อนแขนแข็งแรงสอดลอดสายสะพาย ปล่อยให้สายสะพายทางซ้ายเป็นอิสระ ก่อนยืดตัวขึ้น ยกมือซ้า

ผู้ถ่วงดุล

รูปภาพ
โอ ผลแห่งความเชื่อมั่น จักรวาลแคบลงถนัด  ทุกอณูสัมผัส เยือกเย็น ยิ้มแย้ม เธอติดกับขั้วแม่ ผูกธาตุสัมพันธ์  เหมือนยังเขลาขลาด คล้ายกัดกร่อนกตัญญู น้ำหนักรักแท้ถ่วงดุล กี่พลังวาตะก็คารวะ ใครกันเล่าเพ่งพบ สงบตลอดสายทางชีวา พลอยสะอ้านวัยละอ่อน มรกตสกัดวัยหนุ่มสาว ค่อยขับทองวัยสะท้อน เธอหล่อเลี้ยงผู้ผ่านทาง น้ำใจผู้ฝึกตื่น ชื่นกมล |คำแต้ม by ທາງຫອມ| พ. ๒๗ พฤศจิกา ๒๕๕๖ ------------------------------ |เล่าตามคำแต้ม| หมากไม้บางชนิด "ไม่เคยรู้จักหรอก" เขาพูดเหมือนจะสารภาพ "กระทกรก เสาวรส อะไรนี่" พลางจ้องตาคู่สนทนา "ใช่! เมื่อสักสิบปีมานี่เอง ที่เขาฮิตกินน้ำปั่นผลไม้ และต่อด้วยกาฟงกาเฟกาแฟ" ผมกับเขาช่างเหมือนกันยังกะแกะ ไม่ปักใจตามหรือสันเด๋อสันเดิดกับแฟชั่น ผิดกันก็แต่เรื่องที่แฟชั่นรอบข้างมาจุดไฟให้คิดทำ เขาอาจไม่ยอมเรียนรู้มัน รู้แล้วผ่านเลยไป แต่ผม รู้แล้วอยากรู้ถึงแก่น มันคืออะไรแน่นะ ร้านอาหารในยางชุมน้อย เมือสักยี่สิบห้าให้หลัง มีไม่กี่ร้านที่พอจะรับรองแขกคน ที่มีตำแหน่งขีดขั้นได้ หนึ่งในนั้นคือ ร้านป.แป๋ว เป็นร้านของผู้หญิงแกร่งเมียคร

ผู้ตื่นอยู่

รูปภาพ
ใครบ้างค้นลงไป เปิดใบบังค่อยแจ้ง ไขที่ข้องค่อยโล่ง เฉลยคำตอบดวงตะวัน เธอบอบบาง บำรุงเบิกบานมิเผลอตน นั่น! แมลงหิวจัด ก้มกัดญาติมิตร เธอตื่นอยู่ เพียรพร้อม วันคลาดแคล้ว คืนเตรียมสู้ ใกล้มัจจุราช ทางรอดแนบข้าง ผลน้อยๆ เติบตนขึ้นแทน เสียงสวดสาธุการ ส่องใสสอดสานกังวาน โลกมอบอิสริยยศ ขณะมือเยาว์ปลิดใบปลื้ม | คำแต้ม  by ທາງຫອມ| พ. ๒๗ พฤศจิกา ๒๕๕๖ --------------------------------- |เล่าตามคำแต้ม| ตอน แตงกว่าอ่อน ใครเคยลิ้มรสหวานผลแตงกว่าอ่อน  จากเถาว์ตรงหน้า มือเด็ดขึ้นมา เช็ดขากางเกงมอมสีขี้ตม ย่อมรู้รสชาติดี แน่ล่ะ กัดเคี้ยวกลืนกินก่อนข้าวเช้าข้าวงาย เหมือนเป็นผลแห่งกรรมดีแต่ปางใด ธรรมชาติจึงประทานให้ได้ลิ้ม ไม่นานมานี้ ผมเคยไปเลือกแตงกว่าอ่อนที่ตลาด ดูแผงแม่ค้าพ่อค้าหลายเจ้า  ลูกงามๆ ทั้งนั้น  ในใจนึก 'แผงใดเล่า สดสวยแบบไม่มีสารพิษจากยาฆ่าแมลง  จากปุ๋ยทางใบ  จากลมฝุ่นควันตกค้าง' ใจหนึ่งว่า 'นำไปแช่น้ำ ล้างออกได้น่า'  อืมม... พลันนึกถึงโพนหอมแดงของพ่อ  ที่แม่นำเมล็ดแตงกว่าไปแหนบไว้ต้านตีนโพน รดน้ำ ให้ปุ๋ยหอมในแปลง  แตงกว่าที่ต้านตีนโพนก็งอกงามตามกันไป ก่อนสองเดือ

ผู้โปรยทาน

รูปภาพ
เช้าของวันอังคาร บ้านสีดอกเฟื่องฟ้า ใครสักคนบันทึกโลก บรรจุใจดวงงาม เธอย้อยระย้า เหนือเถียงนาอัปลักษณ์ รอลมพรมพลิ้วอยู่เงียบ ๆ มิแยแสสังคมไม้ มิเบื่อป่ายปีนคาคบ เท่าที่รากจะหาอาหาร หล่อเลี้ยงให้เลาะเลื้อย กระทั่งสาย  แดดกล้า กระทั่งล้า  โปรยดอก ระบายสีม่วงชมพู ให้แผ่นดิน ให้ฉากชนบทอิ่มสีสัน ให้หยิบยื่นในคุณค่า 'เพียงเท่านี้' | คำแต้ม : ทางหอม | ศ. ๑ พ.ย. ๒๕๕๖ |เล่าตามคำแต้ม| เถียงนาและเธอ หน้าบ้านพักครู ที่โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอยางชุมน้อย บ้านเกิด  ผมสั่งเถียงนาน้อยจากช่างทำเถียงอาชีพไทบ้านธาตุน้อย มาตั้งหน้าบ้านพัก ข้างโรงจอดรถ  เป็นเถียงนามุงไพหญ้าคา สะแนน-แคร่ไม้ไผ่ขนาดสองคูณสองเมตรครึ่ง ทอดตัวอยู่ตรงกลางเสาไม้หน้าสาม น่านั่ง-นอน เรา มีป้านอง พี่มณฑา เมีย และผม ใช้เป็นที่นั่งเล่น นอนเล่น พูดคุย กินข้าว... ข้างเถียงนั้น ป้าซื้อเฟื่องฟ้ามาตั้งหนึ่งกระถาง  ส่วนใหญ่ป้าล่ะ เป็นคนรดน้ำ ดูแล เธอเติบโตตามกาลเวลา จนวันหนึ่งก็เลื้อยขึ้นบนหลังคาเถียง แตกต่อก้านแผ่ใบให้ดอก  พอบาน กลายเป็นพวงระย้าสีชมพูดูช่างน่าชมยิ่งนัก วันหยุด ผมมักมานั่งเล่น และเฝ้ามองพวงระย้าที่ห้อยลงมาตรงมุมชายคาเถ

ผู้เขียนคำนิยม

รูปภาพ
สายลมของวันพฤหัสฯ โลกสีดอกเข็ม ใครกี่คนนิ่งคำนับ คารวะเท้าทั้งคู่ เธอแน่วเด่น เหนือแนวหญ้า อวดรูปลักษณ์ง่ายงาม ภาษาของแสง ถ่ายทอดสาระของมิตร ชั่วขณะนิรันดร์ "ไร้สรรพคุณ" ตลอดวันแสนยาว เธอเขียนคำนิยม ตัวบรรจงเต็มบรรทัด สำหรับฟ้าดิน และสายลมแสงแดด รอค่ำคืนของดาวฟ้า | คำแต้ม โดย ทางหอม | -31 ต.ค. 2556- |เล่าตามคำแต้ม| ตอน ชายนักถาม บรรดาชายในเมืองของเรา น้อยคนนักจะยอมให้ชาวเมืองลืมชื่อและคุณสมบัติของตน หรือพูดอีกอย่าง ความนิยมของชาวเมือง คือส่วนสำคัญของจิตวิญญาณทำให้ชายในเมืองนี้มีชีวิตชีวา พวกเขาจึงจะมีกะจิตกะใจออกไปทำการงาน หาเลี้ยงครอบครัว และพัฒนาบ้านเมืองในวันต่อไปได้ จึงเป็นที่มาของกิจกรรมยามเย็นก่อนกลับบ้าน ที่ร้านดื่มนิยม ร้านเครื่องดื่มตรงมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ของลานจตุรัสใจกลางเมืองหอม ร้านที่ทุกคนมารับการยืนยันชื่อและสกุล พร้อมการันตีคุณสมบัติ จากคณะนักโฆษณาแห่งเมืองประจำร้าน ที่ทำการแสดงวาทกรรมอำพรางต่างหมอลำหมู่และวงดนตรี บ่ายสี่โมงเย็นวันนี้ แปลกไป เมื่อประหยัด หนุ่มใหญ่โสดและแพงยิ้ม ก็มาที่ร้านดื่มนิยมกับเขาด้วย "รับไวน์ผลไม้แห่งเมือง หรือ เหล้า เบียร์

ฮั่ว

รูปภาพ
ปานว่า สิกั้นกางสองข้าง ให้ห่างให้หาย ให้เป็นอื่น ให้ฮักเป็นฮ่าย ให้ในเป็นนอก ให้สุดขาดบั้นบ่อนแพง ให้เหลือใจเหลือหมก ปางนั่น กลัวเกรงย่าน อันตรายภายนอก การทำร้ายที่อาจเผลอป้องกันด้วยตา ที่อาจไร้เวลาดูแล เหมือนฝากทุ่งข้าวไว้กับลมฝน อาจวางใจ อาจไร้พิษ วันหนึ่งไหน ฮั่วหาย รั้วถูกทำลาย กลัวสิ่งใดเพิ่ม กี่เท่าทวีพาล | คำแต้ม โดย ทางหอม | ส.17.10.2563

ขัว

รูปภาพ
ตอนเด็ก มิรู้จักขัว แต่สะพานในหนังสือเรียน เห็นเป็นสิ่งก่อสร้าง ทำจากปูนสีขาว ตอนหนุ่มน้อย พ่อบอก "นั่นขัวไม้" ดูแล้ว ไม้ต้นใหญ่พาดข้ามลำห้วย เราใช้ไต่ไปมา ในฤดูทำนา ตอนโต ขัวหดตัว หายตัว สะพานขยายตน พองตน ตอนเป็นผู้ใหญ่ ขัวหวนกลายเป็นเพื่อนสนิท ปลอบโยน และยิ้มให้ สะพานกลายเป็นสัตว์ประหลาด พาดให้ข้ามมาไกลห่าง... ทางหอม  ศ.16.10.2563

ซอด

รูปภาพ
เขายืนคันแท แลท่งข้าวถอก บางช่อตูมตั้ง บางช่อพวมซอด บางช่อซอดทั้งช่อ บางช่อซอดหลายมื้อแล้ว สายลมฝนต้นตุลา โปรยฉ่ำที่ตูมตั้ง ที่ซอดทั้งหลาย บางเช้าใหม่ๆ ฮักหอมหัวลมอว่ายอ่วย โชยหนาวบางๆ นิ่มนวล เขาอ้าเอิ้นโอ่ลำ... กลายเป็นหนึ่งช่อข้าวถอก ซอดในบ้านในเฮือนดงดอกข้าวใหม่ เล่นล้อหางลมฝนปนหัวลมหนาว เริงร่ายส่ายไหวไกวแกว่งโลกหล้า ผ่าเผยๆ ทางหอม | ซอด อัง.13.10.2563

ถอก

รูปภาพ
ถึงขั้นนี้แล้ว มิอาจเอ่ยคำสินะ คล้ายความจริงกลายเป็นซากความเท็จ ถึงขั้นจนได้ เส้นแบ่ง ที่หมายกับการเดินทาง ระยะมือคว้า ดั่งฝันกลางวัน ระยะหายใจรดแก้มใสต่อริมฝีปากขณะแย้ม เอ่ยสักถ้อยก็ได้ บอกสักวลีเถิด  หากสะกดไม่อยู่ หรือแค่โพสต์สักภาพนิ่ง สักวรรคคอมเมนต์ หรือสักคำน้อยๆ บ่งรักเบาๆ ข้าวเม่าอยู่ข้างหน้า ข้าวเปลือกคำคอยเปล่งประกาย ข้าวสุกในหวดหอมไม่ห่าง ข้าว ผลของขีดขั้นและเส้นแบ่ง เริ่มจากกล้า ดินแดดลมฝนต่อเติมแต่งกอ ทอ ดอก-ถอก ทักทาย... ทางหอม | อา.11.10.2563

รักชนิดหนึ่ง | ดวงหน้า

รูปภาพ
  นั่นเอง ที่งอกงาม แผ่นดินสีฝุ่น อาบกลิ่นหญ้าฟาง อวลอุ่นกระอายรัก... ชนิดนั้นเอง ปรุงแต่งตามธรรมดามี เปิดป่องเอี้ยมสู่ท่งข้าวเดือนสิบเอ็ดออกใหม่ ชนิดนั้นล่ะ บรรเลงเพลงพันหมื่น ถนอมทรวงสัมพันธ์ ประหนึ่งคลอดจากอกแม่ธรณีในเวลาเดียวกัน ชนิดงามนั่น แผ่ผายเมล็ดพันธุ์อัศจรรย์ พร้อมเกิดก่อทุกแผ่นดิน พร้อมยืนหยัด อย่างหน่อใหม่ของจิตวิญญาณ ในทางก้าวเดิน ทุกๆ ก้าว ทุกๆ เซลล์หัวใจ. | ทางหอม | 08.10.2563

ดวงหน้า | สังฮอมสิเน่หา

รูปภาพ
เยื่อใย พ่อแม่ลูกในท่งข้าว ในทางไปนาสวน ในโนนเถียงนา กองเฟียง กอข่า... ผ่านแกลอรี่มือถือ เยื่อใย เพลงลำคำผญา ระหว่างเลี้ยงควยเทิงคันแท ขุดก่นทุบดินโพนผัก ผ่านคลิปควมเก่าหลัง เยื่อใย บางเพียงเปลือกหอมแดงสดๆ เพียงแผ่นกันขูดขีดหน้าจอมือถือรุ่นใหม่ๆ เยื่อใย แสงแดด สายลม เม็ดฝน ละอองฝุ่นฟาง... โลกของชาวนาสวน ผ่านหนังสือหนังหา ในห้วงคะนิง ที่ยังบ่ทันได้เขียน ที่รอขบวนอักษรออกเดินทาง... | ทางหอม | จ.5.10.2563

ดวงหน้า | สังฮอมยิ้ม

รูปภาพ
โอยนอ ทุกข์มีปีกบินหนีไกล ยากมีรถขับผ่านไวบ่ค้าน เหลือใดๆ คีงคะนิงหนักหน่วงหรือบ่ โอยนอนาย สุขสั่งผ่านแอป ส่งถึงหน้าตักหน้าใจ บ่ช้า บ่นาน โอยนอนาย เหมาะควรสมพอบ่กดทับบ่บีบจม สั่งแอปใดส่งถึง ช้าก็คอย นานก็รอ โอยนาง รหัสยิ้มไขแสงเดือนเพ็ง ออกพรรษาลามืดหมอง แต่งฮอยทางข้าวใหม่ ดีนอ. | ทางหอม | 2 ตุลา 2563

ดวงหน้า | ความจริงสมมติ

รูปภาพ
เช้าล้างหน้า ความเก่าหลังก็พลันตื่น ความใหม่หน้าก็แวะมาทักทาย สายล้างหน้า ความเร่งรัดระรื่นเย้ยกดข่ม ความกระวนกระวายระรื่นโขกสำทับ เที่ยงล้างหน้า การหยิบยื่นแย้มค่อย เหมือนยังเกรงกริ่งกลัว การทะเลาะแปลกหน้ายืนทะมึนในเงามืดมุมตึก เย็นล้างหน้า การงานเงียบเสียงลง การพักผ่อนค่อยอ่านบทกวีเบาๆ ก่อนนอนล้างหน้า ทุ่งข้าวขจีเขียวใกล้สิ้นพรรษาแผ่ผาย คันแทนากวักมือเรียกเอิ้น โอ...ดวงหน้ากาลเวลา หายวับไปต่อหน้าหนุ่มใหญ่ ในใจกลางเวทีเมือง | ทางหอม |  1 ต.ค. 2563