วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2565

คำเว่าเล่าไว้ : เล่าไว้ว่าด้วยถ้อยคำภาษาที่เพื่อน ๆ อาจหลงลืมกัน

 #คำเว่าเล่าไว้ : เล่าไว้ว่าด้วยถ้อยคำภาษาที่เพื่อน ๆ อาจหลงลืมกัน





เล่าเรื่องคำ ย่อมมีสามสิ่งเป็นอย่างน้อย มีเสียง มีความหมาย และมีอักษรแทนเสียงและความหมายอีกที


เสียงเว่า เสียงปากเว่า ก็บอกชัดว่า เป็นสิ่งที่คนเราใช้อวัยวะภายใน ตั้งแต่ส่วนในช่องท้อง มาที่ช่องคอ และที่ช่องปากตามลำดับ ทำให้เกิดเสียงเปล่งออกมา


เสียงที่คนเราเปล่งออกมาครั้งหนึ่ง เรียกว่าพยางค์ ถ้าพยางค์นั้นมีความหมายเข้าใจกันได้ด้วย ก็เรียกว่า คำ


คำ คือหน่วยภาษาที่มีความหมาย คนในสังคมเข้าใจกันได้ คำพยางค์เดียวก็มี สองพยางค์ สามพยางค์ หรืออาจมากกว่านั้นก็มี


มาถึง ความหมายของคำในภาษา ก็คือสิ่งที่คนภาษานั้น ๆ กำหนด รับรู้ร่วมกัน ตามกฎเกณฑ์ ระเบียบแบบแผน หรือไวยากรณ์ของภาษา ว่าคำนี้ มีความหมายอย่างนี้ หรือประมาณนี้นะ


เด็ก ๆ ที่เพิ่งเรียนรู้ภาษา หรือคนต่างภาษา ก็ต้องเรียนรู้ สั่งสมคำและความหมายของคำภาษาไปตามความจำเป็น ความต้องการ  เรียนมาก รู้มาก เข้าใจมาก ใช้ได้ถูกต้อง ชัดเจน คล่องแคล่วมาก ก็เก่งภาษานั้นไป


นั่นคือการเรียนภาษาพื้นฐาน หรือภาษามาตรฐานชีวิตคนเฮา  จากคำปากเว่า คือทักษะการฟัง-การพูด การสนทนา ที่อาศัยประสบการณ์ตรง แก้ไข ปรับปรุงเฉพาะหน้า ตอนที่ต้องใช้ภาษากับคนอื่น ๆ ตามวาระ ภาระ หรือธุรกิจ ธุรกรรม ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน...


ภาษาปากเว่า ฟัง เว่า โต้ตอบกัน เจรจากัน สนทนากัน บ่จำเป็นต้องเข้าโรงร่ำโรงเรียน แต่อย่างใด🤗🥰☺


ส่วนสัญลักษณ์ที่ขีดเขียนหรือพิมพ์เพื่อเห็น อ่าน ทำความเข้าใจกันแทนภาษาปากเว่า ก็คือ อักษร ที่ต่างเผ่าต่างภาษา ก็ต่างมี แตกต่างกันไป


ในฐานะคนลาวฝั่งขวาแม่น้ำโขง หรือแม่น้ำของ อักษรที่ใช้ก็เป็นอักษรไทย เพราะได้เรียนจากโรงเรียนมาแต่น้อย ส่วนอักษรธรรม และลาว ก็เพิ่งเริ่มเรียนรู้จริงจังเมื่อราวสิบกว่าปีมานี้


คำปากเว่าลาว-ไทย  คนไทย-ลาวสองฝั่งโขงที่ช่างสังเกตสักหน่อย ย่อมเข้าใจความหมายกันได้เป็นส่วนมาก ไม่ต้องมีล่ามแปล (ดีจังเลย)


สำหรับอักษรไทย สำหรับคนลาวหลายคนคงพออ่านออก รู้ความหมาย ถึงขั้นใช้เป็น อย่างยูทูบเบอร์คนลาวทั้งหลาย ที่ทำปกคลิปเป็นภาษาไทย


ส่วนอักษรลาว และอักษรธรรมเล่า มีคนลาวฝั่งขวาในภาคอีสานของไทยกี่ร้อยคนนะ ที่อ่านออก บอกความหมายได้ ใช้เป็น...


ช่วยตอบหน่อยเดอ เพื่อน ๆ


-----

#คำเว่าเล่าไว้ : เล่าไว้ว่าด้วยถ้อยคำภาษาที่เพื่อน ๆ อาจหลงลืมกัน



วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565

ท่วมและแล้ง : กลอนข่าวใจ

ฝนตกต้อง ท้องนา เป็นท่าน้ำ
ฝนตกย้ำ ลำมูน ลำชีเสียว
ฝนตกหนัก ผักข้าว หนาวทรวงเซียว
ฝนมาเที่ยว นานวัน คนหวั่นเกรง

คนหวั่นนา นึกอ่วม ท่วมซ้ำซ้ำ
คนหวั่นเมือง มุดดำ น้ำข่มเหง
คนหวั่นทาง ทอดเห่ ทะเลละเลง
คนหวั่นเพลง น้ำมา อุราระทม

ระทมทุกข์ บุกเบียน เขียนเข็ดขื่น
ระทมหมื่น แสนสิ่ง ดิ่งแค่นขม
ระทมหนี้ บี้บอม ชีพจ่อมจม
ร้าวระทม หนีทัน หรือบรรลัย

หรือใครเล่า เข้าแก้ แย่ลดน้อย
หรือใครเล่า เข้าปล่อย ทุกข์ลอยไหล
หรือใครกัน  ปั่นโศก วิโยคไกล
หรือใครใคร เกินล้ำ ธรรมชาติครอง

ธรรมชาติ สร้างให้ เราได้ปลื้ม
ธรรมชาติ ให้ยืม รอยยิ้มย่อง
ธรรมชาติ ให้จำ ท่วงทำนอง
ธรรมชาติ ให้ร้อง เพลงพระธรรม

ธรรมคือจริง ตามเหตุ ปัจจัยสร้าง
ธรรมคือจริง ทุกทาง กลางสูงต่ำ
ธรรมคือจริง วนเปลี่ยน เวียนลำนำ
ท่วมถ่ายธรรม ถอยสู่ ฤดูแล้ง

แล้งน้ำฟ้า หาน้ำบ่อ พอชูช่วย
แล้งน้ำบ่อ น้ำใจด้วย ช่วยแต้มแต่ง
น้ำใจรัก ช่วยเหลือ เอื้อสำแดง
ท่วมหรือแล้ง ร่วมสู้ผ่าน ทุกย่านบางฯ

ธีรยุทธ บุษบงค์
เสาร์ 24 กันยายน 2565














วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565

บ่อาจเป็นไปได้

เช้านี้สีเทาทึมคือเมฆฝน
กรมอุตุว่า ห้าถึงเก้ากันยาฝนมาหนักมาก
ชีวิตบ่าวทิค่อยเคลื่อนไป
จากจุดที่ยืนกลางทุ่งการงานสู่ป่าการงาน...
ความสุขแปรรูปคือเมฆฟ้า
จากขาวเป็นเทาเป็นทึมเป็นดำทะมึน
ค่อยร่วงรายเป็นเม็ดเป็นฝอยเป็นสาย
ร่ำรั่วลงพื้นแด่แผ่นผืนโลกา 
มิอาจชูชันพุ่งสู่นภากาศ
ลีลาระบำใบข้าวเขียวขจี
ยั่วล้อให้พรำสายมิหยุดหย่อน
เพลงกบเขียดแมลงนาทุ่งขับกล่อม
น้อมใจให้ผ่านมาฝากชื่นฉ่ำเย็น
สายลมเรี่ยยอดหญ้าคันแทนาเหล่านั้น
เพลินใจให้ลงเม็ดงามถามข่าว
แต่ละสิ่งงอกงาม เติบโต ใช้ชีวิต แผ่ฝากชีวา สื่อสารชีวัน
บ่าวทิมิอาจเป็นเมฆฟ้าหรือสายฝน
แน่แท้ ก็มิอาจเป็นลีลาใบข้าว
มิอาจเหมือนทำนองเพลงแห่งสรรพสัตว์
หรือแม้สายลมทุ่ง เขาก็มิอาจคล้ายแม้ส่วนเดียว
แล้วไฉนเล่า หนุ่มคนหนึ่ง
จะเป็นเฉกใครอื่นได้
หรือแม้แต่ละม้ายเหมือนใครสักคนก็หามีไม่
โอ ความคิดอ่านใคร
"บ่อาจเป็นไปได้" เหมือนใครสักเสี้ยวคน.

-ทางหอม-
พุธที่เจ็ดกันยายนสองห้าหกห้า


วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565

วันฟ้าครึ้ม

ถามใจดวงเก่า
ตอบแบบใจดวงใหม่มี
ฟ้าวันเดินทาง...
ครึ้มด้วยเมฆฝน
ครึ้มด้วยอารมณ์เมฆฝัน
ไกลสงคราม
เดินทางตามแผนที่รัก
แวะพักถิ่นที่ห่วงใย
เยี่ยมยามบ้านเมืองยิ้มใส
สนทนากับมุมร้านจิบกาแฟเข้าใจประทับทรวง
ทุกข์ยากไร้ล้างออกจากเมมโมรีความคิดสิ้น
ขัดข้องขุ่นเคืองยกเลิกทิ้งไปพร้อมกับการ์ดทรงจำชำรุดอีกอัน
ครึ้มมาอีกแล้ว
ฝนรินร่ำคำฅนธรรมดา
คำธรรมดาของแม่ค้าสลากเสี่ยงโชคริมฝั่งของแถวนครพนมหน้ารูปปั้นพญานาคศักดิ์สิทธ์
คำเดิมดาของแม่ค้าพ่อค้าริมของแถวเมืองมุกดาหารกี่ยวแก่การปรับปรุงตลาดใต้ดินฮิมฝั่งที่ยืดเยื้อเกินคาดการณ์วันเปิดใช้
ครึ้มมาเถิดเมฆฝัน
ฝนเอยจงรักกลายร่างเป็นเธอผู่แผ่ไออุ่นคีงบาง
เดินทางมารับขวัญคนจรในเขาวงกตล้านดวงมาลางามละมุนซึ้งซ่าน
เดินทางมาปลุกนกเพลงวัยเยาว์เสียงสุดเสน่หา
เดินทางมาเปิดซ่อมใช้หน้าต่างบานหนุ่มสาว
สวรรค์แท้จริงเดินคู่เคียงกันมาคล้ายแมวกับเงาบนกำแพงจินตนาการ
พลังงานจากกาแฟนมกลมกล่อมชุบชูก้าวค้นหา
เดินทางต่อไปสิ
ระหว่างทางมีขวากหนามเป็นด่านทดสอบ
เดินทางต่อไปเถิด
แม้ก้าวแรกจักได้บาดแผลเลือดซิบ ๆ 
ครึ้มมา ครึ้มมา
ฝากฝนมา ฝากฝันทยอยมา
ตอบใจดวงเดิมดา
ด้วยคำถามจากใจดวงดิจิตอลปรารถนา.

|ทางหอม
อา.7.8.2022/2565

วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ช่องใจส่อง ป่องเอี้ยมใจ


เป็นช่องในดิจิตอลเลนส์
ทะลุสู่โลกเก่า
ใจเยาว์ยังอยู่ไหม
วนลูปในนาสวน
ควายนายังอยู่ไหม
กดไลค์คองไถงาม
ให้ใจต้นกล้าแตกกอ
แชร์ภาพหมู่ปลากลูกคอกมุมตากล้าข้างเถียงใต้ฮ่มไฮ
แมงมุมเขียวบนใบกล้าโพสต์ท่าบนรังตาข่าย
ซุมเน็ตไอดอลนกจาบคาทยอยจับพุ่มใบส้มแบง

ความเหงาในนิยายแชท
ความเศร้าในนิยายคำ
ทยอยไหลเวียนดังสายเลือด
คนออนไลน์ระวังใจ
ค้นหาช่องทาง
ก้าวสู่โลกสีเทาทึม
ไปพำนัก
ในโมงยามของโลกบ้าซ้อมรบ
ในวังวนของโรคระบาดบาทดอล
ในคับแคบของหน้าต่างอำนาจเงินคำกำมีดซ่อนข้างหลัง

สบช่องใจดิจิตอลโฟกัส
ดาวน์โหลดทุ่งวัยเยาว์
ไว้ในชิปอารมณ์หวนคะนิง
ของหุ่นยนต์เท่าฝามือรุ่นล่า
เป็นของขวัญวันเกิดทิพย์
ทุกนาทีนิรันดร์
ในแอปเล่นเพลงซ้ำ ๆ ถึงเธอผู้เป็นดวงใจ.









ในนามแห่งหน้าที่

ที่สุดของรัก

คลิก ฟังเพลงกันครับ ที่สุดของรัก  คือเห็นความงาม เป็นความจริงล้ำค่า ที่สุดของเข้าใจ คือแสงเช้าสาดต้องยอดยางนาต้นใหม่ เป็นความปรารถนาผ่องพริ้...