วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เลือดรัก l สารพัดพิศ l เรื่องสั้นสี่สิบห้าวรรค


เลือดรัก

เรื่องสั้นโดย คีต์ คิมหันต์
(พฤ.08.06.2566)

บุญกองนอนมองเลือดที่ไหลจากแขนของตน
ผ่านท่อยางลงถุงข้างเตียงผู้บริจาคโลหิต
รอยยิ้มของเขาหลบรออยู่ข้างในลึก ๆ
ยังกังวลใจในอาการของคนเจ็บที่เขาช่วยพามาส่ง

"เลือดของเราจะสามารถช่วยเจ้าได้บ่นอบัวคำน้อย" (5)

เหตุการณ์ตอนนี้ทำให้เขาได้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
"ได้ให้ ดูแลบัวคำสักครั้ง" แม้เวลาจะล่วงเลยมานับยี่สิบกว่าปี
เป็นเวลาที่แม้เธอไม่ร้องขอ แต่มันจำเป็นจริง ๆ
เขาสัมผัสถึงความสุขล้ำลึกข้างในในอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แม้เขาจะเคยทำดีกับใคร ๆ มาไม่น้อย (10)
แต่การถ่ายเลือดมอบให้เธอครั้งนี้อาจจะต้องลุ้นผล
"ขอให้ได้ผลดี ให้บัวคำพ้นขีดอันตรายโดยเร็วเถิด"

"เดี๋ยวจะถอดเข็มเจาะแล้วนะคะ"
ว่าแล้วมือนิ่ม ๆ ก็แกะผ้ากาวออก
ดึงเข็มออกแผ่วเบาแล้วใช้สำลีกดตรงรูเข็ม (15)
"กดสำลีตรงนี้ไว้สักครู่ สักสามถึงห้านาทีนะคะ
เดี๋ยวพยาบาลจะเอาเลือดไปให้คุณหมอ
ใช้รักษาคนป่วยตามประสงค์ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

บุญกองมองตามหลังนางพยาบาลสาวจนลับตา
"ขอให้บัวคำหายดีในเร็ววันด้วยเถิด สาธุ สาธุ สาธุ" เขาภาวนา (20)
จู่ ๆ ภาพห้วงวันวานอันแสนหดหู่ก็ย้อนมาสะกิดใจ

หลังค่ำคืนเจ้าโคตรมาขอสาวเป็นเมียให้เขาเรียบร้อย
ย่ำค่ำคืนต่อมา เป็นคืนแรกตามธรรมเนียมหมู่บ้าน
ที่เจ้าบ่าวบุญกองจะขึ้นบ้านเข้าห้องเจ้าสาวบัวคำน้อย
และจากนี้ไป บ้านนี้ก็จะมีลูกชายมาช่วยงานนาสวนอีกคน (25)
สถานะเจ้าบ่าวฝึกหัดนี้จะกินเวลาหนึ่งปี ก็จะถึงกำหนดวันแต่งงาน
แต่อนิจจาชีวิตมีอุปสรรค ความพยายามที่จะร่วมหอลงโรงของเขา
ไม่อาจสมประสงค์กับเจ้าสาวที่ผู้ใหญ่จัดแจงไว้ให้ได้
"น้อยบ่พร้อม นอนนำบ่ได้บ่เป็นดอกเด อ้ายทิดกองบ่ต้องมาอีกเดอ"
งานแห่งค่ำคืนของบ่าวสาวในห้องส่วมจึงหยุดลงตรงคำ "อ้ายน้อง" (30)
ส่วนงานนาสวนของบ้านนาง ยังมีทิดกองมาช่วยงานอย่างแข็งขันสม่ำเสมอ
แต่ก็เฉพาะปีนั้นปีเดียว แม้จะเป็นปีที่หอมแดงมีราคาแพงที่สุดในรอบสิบปีก็ตาม

******
บุญกองกำลังใช้มีดพร้าตัดต้นกล้วยเป็นท่อน ๆ
แล้วสับแบ่งเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วจึงค่อยกำหว่านลงน้ำ
ให้ปลาที่ผุดดำว่ายรอในคลองน้อยขุดด้วยมือที่กลางสวน (35)
เสียงฝีเท้าผู้ใหญ่เดินเนิบ ๆ ช้า ๆ มาในร่องสวนกล้วยแกมมะขามมะม่วงมะยม
ดังแว่วมาเบา ๆ แต่เขาไม่ได้ยิน ไม่ได้สนใจ
เพราะจิตใจเขาจดจ่ออยู่กับงานตัด-สับ-ตัด-สับ หว่าน
จนเจ้าของเสียงฝีเท้ามายืนนิ่งอยู่ข้างหลัง
ประชิดตัวคนสวนหนุ่มโสดอายุครึ่งศตวรรษพอดี (40)

"อ้าย--- อ้ายทิดกอง" น้ำเสียงแหบสั่นเครือกลั้นสะอื้น
สายลมยามเช้าโชยกลิ่นหอมของดินหญ้าและมวลสรรพสิ่งในสวนฟุ้งไป
หลังคืนฝนชโลมไล้ชะล้างฝุ่นฝ้าเกาะติดใบบาง เติมความฉ่ำชื่นเย็นทั่วอาณา

หญิงสาววัยกลางคนเพิ่งฟื้นป่วยเผยยิ้มแห้ง ๆ แต่งามกว่าดอกไม้ทั้งสวนสวรรค์
"มื้อนี่ อ้ายทิดกองยังฮักน้อยคือเก่า คือตอนนั่น ยุแมนบ่"  (45)

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566

บ่มีน้ำชุ่มนา


คิดหวังจากใคร
ความชุ่มเย็น
ความสุขล้ำ

คิดหวังจากใคร
เผยคำปลั่งดั่งทองทา
ส่องทางก้าวพ้น
โพยภัยล้อมหน้าล้อมหลัง

คิดหวัง
คิดหวัง
ได้แต่หวัง
ได้แต่คิด

น้ำเหงื่อชุ่มร่าง
รอยยิ้มจากอกใจ
สองขาบึกบึนท้าเลนตม
สองมือด้านท้าแดดฝนลม

คิดหวังในตน
ไม่คิดหวังจากใครแล้ว!

-ทางหอม-














ฝนใหม่มีมนต์



เคยไหม
รู้สึกจากห้วงลึก
รู้จริงจากวันคืนผ่าน

ไม้นานา หญ้านานา
รดน้ำ รดน้ำ
น้ำบ่อ น้ำบาดาล
รดไป รดไป
ไม่เขียวไม่งาม
เติมปุ๋ย เติมรัก
งามน้อย ๆ 

แต่เมื่อฝนมา
วันเดียวคืนเดียว
เขียวสะพรั่ง















วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ผักกะเสดยอดดั้ว

ผักกะเสดยอดดั้ว : ยอดกระถินอวบสวย



สบายดีทุกคน

"ผักกะเสดยอดดั้ว"
เขียนอักษรธรรมคือ
โต ผ + ไม้ซัด, ก + ไม้กะ, ไม้เก + ส + ด(เฟื้อง), ย + อ(เฟื้อง) + ด, ด + ไม้ก่ม + ว(เฟื้อง)
ความหมายก็ประมาณว่า
"ผักกระถินยอดอวบสวย"

บ้านผู้เขียนเรียก "กระถิน" ว่า "ผักกะเสด"

ลองเขียนผะหยาบทก้อม ๆ สั้น ๆ สักบท
"ผักกะเสดยอดดั้ว
เทียวถามหาถ้วยป่น
ป่นปลาเข็งปลาข่อน้อย
เคยหวานจ้อยฮ่วมพา"

ลองถอดความผะหยาที่กล่าว
"ยอดกระถิ่นอวบสวยถามหาถ้วยน้ำพริกปลาต้ม
อาจเป็นน้ำพริกเนื้อปลาหมอหรือปลาช่อนตัวเล็กก็ดี
ต่างก็คุ้นเคยเป็นเมนูหวานลิ้นร่วมสำรับกันมาก่อน"

ต้องขออภัย
อ้ายน้องไทลาวสองฝั่งแม่น้ำโขง
ที่พอได้ซึบซับภาษาแม่มา
ก็คงไม่ต้องถอดความหรือแปลกัน

ไว้พอกันครั้งต่อไปเดอ.














วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566

เบอร์ไม่ได้เมม


เป็นคล้ายผมไหม?
ท่านผู้อ่านผู้อารี
เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ได้เมมชื่อ
จะไม่รับนะ

...ครืด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ. 
โทรศัพท์โอดอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำสนิทใบย่อม
ของขวัญจากเมีย

เหตุผลของผมคือ
กลัวเป็นเบอร์นักขาย
ขายโปรโมชั่นโทรศัพท์
ขายประกัน
ขายฝัน
คือ ถ้าผมอยากเปลี่ยน อยากซื้อ
ขอให้ได้คิด ค้นหา และจัดการเองเถอะ
เพราะถึงใคร-คุณเสนอมา 
ผมก็ต้องตัดสินใจเองอยู่ดี
ไม่ต้องโน้มน้าวให้ลำบาก
สงสารคุณนะ เสียเวลากับผมเปล่า ๆ

...ฮึม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ. 
โทรศัพท์ร่ำอยู่ในลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือตัวเดิม

เบอร์ที่ผมเมมชื่อ
แปลว่า ผมยกให้เป็นคนสำคัญของชีวิต
พ่อแม่พี่น้อง ญาติ ๆ คนในครอบครัว
ครูอาจารย์ เพื่อนมิตรชิดใกล้
เพื่อนร่วมงาน
แต่ ผมก็อาจไม่รับโทรศัพท์ทันทีนะ
เพราะผมปิดเสียงไว้
ผมจะโทรกลับเอง

...ครูน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ. 
โทรศัพท์ครวญอยู่ในย่ามหนังสือใบเก่า
หนังสือใหม่สองเล่มทำท่าเริ่มรำคาญ

ที่พิเศษก็มีนะ
เบอร์ที่ผมเมมชื่อไว้
เพื่อให้รู้ว่าเป็นเบอร์ของใคร
ใครที่ผมจะไม่รับเด็ดขาด
ทายสิว่า เพราะอะไร

...กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ. 
โทรศัพท์รำพันอยู่ในเป้เอกสารการกู้ยืมเงินรอบใหม่

เฉลยให้ก็ได้ว่า
มีหลายกรณี
หนึ่งในนั้นก็คือ
คนที่โทรมายืมเงิน
ผมไม่มีเงินให้ยืมหรอกครับ
เดินชนเดือนก็บุญหัวแล้ว.

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566

หล่นมาคาค้าง



รักที่ระลึก
รักสุดรำพัน
รักระเริงในฝัน
รักบริสุทธิ์สดใส
 
หล่นมา ๆ 
สู่ห้วงท่วงทำนอง

แอบรักข้างเดียว
เฝ้ารักเฝ้าหวัง
รักจนหลง
ถึงเธอผู้เป็นดวงใจ
รอจนกว่าจะรัก

แล้วคาค้าง ณ ที่ทางใด

อยู่กับความผิดหวัง
ค่อยพบกันชาติหน้าบ่าย ๆ

---
ทิ ทางหอม
ศ.7 เม.ย. 2566





วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2566

wooden house cafe' ขามใหญ่ อุบล


จิบกาแฟเหมือนจิบหัวใจ

ต่างแต่ว่า

จิบกาแฟ รสดีตอนอุ่นๆ เฉียดร้อน

จิบหัวใจเล่า รสดีทุกขณะคิดถึง


ชอบครับ

บรรยากาศ wooden house cafe' ขามใหญ่ อุบล

เรือนกาแฟหลังเล็ก ๆ 

มีห้องน้ำหลังน้อยด้านหลัง

ลานหญ้า มีมุมใก้ถ่ายรูปหลายมุม

จัดสวนตามธรรมชาติ ไม่ต้องแสร้งจัดให้งาม

งามด้วยความเป็นตัวของตัวเอง

นอกจากกาแฟ ก็มีเครื่องดื่มร้อนเย็นหลากรสให้เลือก

ขนมก็มีนะ

มีอาหารจานเดียวด้วยล่ะ

คลิกชมบรรยากาศ สวนสันติ ที่ wooden house cafe' ขามใหญ่ อุบล


ที่สุดของรัก

คลิก ฟังเพลงกันครับ ที่สุดของรัก  คือเห็นความงาม เป็นความจริงล้ำค่า ที่สุดของเข้าใจ คือแสงเช้าสาดต้องยอดยางนาต้นใหม่ เป็นความปรารถนาผ่องพริ้...