วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

เคราะห์รักพันปี

เคราะห์รักพันปี
คำแต้มของ  ธีรยุทธ บุษบงค์
(ตีพิมพ์ครั้งแรกใน สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ ๒๕๔๔)


    ถึงเป็นเคราะห์ยังคงดำรงมั่น 
หลักประกันขวัญมิ่งด้วยสิ่งไหน
ฝีมือดีเด่นเป็นเช่นไร 
รางวัลกวียังอีกไกล อาจเกินคว้า
ไม่มีใครบังคับ ยอมรับอยู่ 
เห็นครูร้อยคำปรารถนา
เห็นพี่เรียงถ้อยวันเวลา 
เป็นช่อทิพย์ผกา พิรุณพราว
หอมเหลือคำหอมจากอ้อมอก 
ฉ่ำซ่านธารน้ำตกจากห้วงหาว
มือนางฟ้าประคองฝันปันเดือนดาว 
มาปลุกคราวลำเค็ญเป็นกำลัง
หลอมชีวิตคิดเขียนเปลี่ยนอักษร 
เป็นวรรคบทกาพย์กลอนสะท้อนหวัง
สังคมนี้มีแง่มุมน่ารักชัง 
มีความหลังความลึกให้ขุดค้น
อยากเผยความลับจากหับห้อง 
อันเกี่ยวดองด้วยความเชื่อเจือสับสน
เป็นขยะหรือไม่ เคยกังวล 
แต่เหตุผลความรักหนักพอตัว
เขียนความจริงอิงความรัก 
ไม่หาญหักน้ำใจสิ่งเหนือหัว
ด้วยเชื่อมั่นกฎแห่งกรรมสำนึกกลัว 
ดีชั่วคนเห็นเป็นพยาน
เหมือนตกห้วงเคราะห์รัก 
แม้ตระหนักตกต่ำทุกสถาน
บทกลอนประเทศนี้ไม่เบิกบาน 
คนอ่านคนเขียนคนเดียวกัน
จะร่ำไรไยหรือ ให้ยื้อยุด 
รวยที่สุดเขาเล่นหุ้น เล่นเงินผัน
เล่นอักษรสื่อมนุษย์สุดสามัญ 
ไม่อาจกลั่นหมึกหมองเป็นทองคำ
ยอมรับเคราะห์ต่อไปไม่กลัวแพ้ 
กลัวก็แต่คนใกล้กันหันเหยียบย่ำ
อีกพันปีอาจดุ่มด้นไม่พ้นกรรม 
เคราะห์กวีนิพนธ์กระหน่ำยิ้มจำนนฯ

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

โทษตนเองดีแน่ แต่อย่าถึงขั้นโกรธโมโหให้ตน ถนอมน้ำใจตนไว้ดีกว่า

โทษตนเองดีแน่ แต่อย่าถึงขั้นโกรธโมโหให้ตน ถนอมน้ำใจตนไว้ดีกว่า

เรื่อง : บุนทอน ดอนโขง
ภาพประกอบ : Baawthi

ทุกข์สุดท้าย ยังมีความตายรออยู่

 ทุกข์สุดท้าย ยังมีความตายรออยู่

เรื่อง : บ่าวทิ ยางชุมน้อย
ภาพประกอบ : ทางหอม




คุยกันเกี่ยวกับความทุกข์ ในชุด "อักษรส่องใจ" ทำนองเรียนอักษรธรรมผ่านคำพระที่บ่าวทิเคยได้ยินได้ฟัง แล้วเอามาปรับเขียนด้วยอักษรธรรม

"ทุกข์สุดท้ายยังมีความตายถ่าเจ่า"

ลองทบทวนการเขียนอักษรธรรมคำลาวกันดู ลองเทียบดูกับภาพด้านบนเอา
(ไม่อาจพิมพ์อักษรธรรมในบล็อกได้โดยตรง จึงใช้อักษรไทยแทน)

ทุกข์ เขียน  ท ไม้กุ ไม้ซัด(แทน ก สะกด)
สุด    เขียน  ส ไม้กุ ด
ท้าย  เขียน  ท ไม้กา ย
ยัง     เขียน  ย ไม้ซัด ง
มี       เขียน  ม  ไม้กี
ความ เขียน  ค  ว(ตัวเฟื้อง/ตัวห้อย) ไม้กา ม(ตัวเฟื้อง/ตัวห้อย)
ตาย   เขียน  ต ไม้กา ย(ตัว ย ที่เป็นตัวสะกด)
ถา (รอ) เขียน ถ ไม้กา
เจ่า     เขียน  ไม้เก จ ไม้ก่ม(ข้างบน) ไม้กา  (สระ เอา อักษรธรรม ใช้ ไม้เก+ไม้ก่ม+ไม้กา)   

จะสังเกตว่า อักษรธรรมไม่มีวรรณยุกต์ เพราะใช้วิธีปันคำตามความหมายตามคำแวดล้อม คล้ายภาษาอังกฤษ ปู่ย่าครูบาอาจารย์ท่านว่า อักษรธรรม เป็น หนังสือหนังหา  คือ หาอ่านเอาให้ได้ความหมาย  ในทำนอง "ผู้อ่านเป็นคนสำคัญสุด"

แปล หรือ แปลง เป็นอักษรไทยได้  "ทุกข์สุดท้ายยังมีความตายถ่าเจ้า" หรือ "ทุกข์สุดท้ายยังมีความตายรออยู่"

มาว่ากันที่ความหมายอีกหน่อย

ความทุกข์จากการเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจ แม่จะเจ็บหนักป่วยหนักสักเพียงใด พระท่านให้พิจารณาและบอกกับตนเองเองว่า มันยังไม่มากมายดอก คือท่านให้เฝ้าดู เฝ้าพิจารณา อดทน สู้กับความเจ็บป่วยไป ให้นึกให้ตั้งมั่นว่า นี่ยังไม่ทุกข์ถึงที่สุดดอก เพราะถึง "ที่สุดของทุกข์" มันคือ "ความตาย" นั่นเอง

คำพูดนี้ หากเราหมั่นพิจารณาบ่อยๆ เวลาเราเกิดมีความทุกข์ในชีวิต พิจารณาบ่อยเข้า เชื่อว่า ความทุกข์เราจะน้อยลง เพราะเรามีตัวเปรียบที่มากกว่า นั้นคือความตาย

อาจได้คิดว่า
"ทุกข์แค่นี้เอง ไกลจากความตายอยู่นะ"
"ยังไม่ตายง่าย ๆ ดอก ทุกข์แค่นี้ ทนได้ ๆ"

เอาล่ะครับ "อักษรส่องใจ" ครั้งนี้ ขอลาไปก่อน
พบกันกับคำลาวอักษรธรรมส่องทางให้กำลังใจได้ใหม่ครั้งหน้า 
สบายดี "คึดได้ไปเป็นครับ".






27 ปี กับชีวิตคล้ายหุ่นไล่กา

 

27 ปี กับ แต่ละขวบปี หรือ ครบรอบปี รอบนี้ จริง ๆ คิดอะไรอยู่

เรื่อง : ทางหอม
ภาพประกอบ : บ่าวทิ Baawthi



บ่อยากเว่าหลาย แต่ก็อดเล่าไม่ได้

เขาคนหนึ่งทำงาน
รับเงินเดือนมา 27 ปีเต็ม วันนี้
หลายเรื่องราว หลากรสชาติ
แต่เหมือนพายเรือในอ่าง

เข้ากันดีกับสำนวนของผู้เฒ่า
ลาวฝั่งขวาแม่น้ำของที่เขาเคยสดับ  

"หักไม้หมิ่นบักเขีย 
พายเฮียน้ำเข้าหม่า"

อันหมายถึงคนยุคปลายพุทธกาล
คือ 2500 ปีเป็นต้นมา และต่อ ๆ ไป
ที่จะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
ทำเรื่องสวยงามมีคุณค่ามากให้เป็นเรื่องน่ารังเกียจน่ารำคาญใจ

มองอีกมุม
คนยุคเราและยุคต่อ ๆ ไป
ความคิดหลักจักถูกย้ายที่
จากคิดให้ตนและสังคมได้ประโยชน์
ได้พบพานความสงบสุข
กลับจะคิด
ให้ระบบที่ไร้ชีวิต
ให้กฎเกณฑ์ที่สร้างภายหลังเลือดเนื้อเชื้อไข
ด้วยแรงขับและเงื่อนไขผลประโยชน์
แห่งความโลภความโกรธความหลง
พลิกให้เรื่องราวสามัญแสนใสสะอาด
กลายเป็นเรื่องราวอันชวนสงสัย
ในรอยเปื้อนกระด่างกระดำอำพราง
เพียงเพื่อให้ตัวตนอำนาจผลประโยชน์
ในหมู่ตนของตน ๆ ที่มีเพียงกะจิริด
ในองคายพของสังคมใหญ่
ได้ยืดอายุยืนยาวออกไปชั่วกาลนาน
คุมครอบคนทั้งหลาย
ให้ศิโรราบกราบกราน
ราวหุ่นยนต์โปรแกรมสำเร็จรูป
ในยุคโบราณไกลโพ้น


ทบทวนชีวิตในรอบ 27 ปี
แห่งการงานในระบบระบอบ
เขาลงแรงงานเก็บกำขี้ลังเงีย
เพื่ออันใดกันเล่าหนา
เพื่อส่งเมือถวายหุ่นโมเดลสังเคราะห์
ตามลำดับสายชั้น
อันดูเหมือนจะไกลกันคนละโลก
กับการงานแห่งเกียรติยศมนุษย์
เพื่อดูแลช่วยเหลืออุ้มชูพี่น้อง
ผู้เสียหยาดเหงื่อทุกหยาด
ส่งเซ่นเป็นเสบียงคลัง
เลี้ยงดูเขาและคนอื่น ๆ 
ทุกเมื่อเชื่อวัน...

หากการหยัดยืนบนผืนนาอุดม
ด้วยการปล้นปุ๋ยจากที่นาแปลงอื่นมา
เป็นความเลวร้ายน่ารังเกียจ
การงานที่มุ่งสนองคำสั่งหวังกวาดต้อนรีดไถ
ก็เป็นความเลวร้ายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันดอก

อันการลงมือลงแรงใด ๆ
ตามสายพานงานคำสั่งใด ๆ
เพียงเพื่อใครบางใคร ๆ
เพียงเพื่อผลประโยชน์บางใคร ๆ
ย่อมเข้าข่ายการงานอันโสมม!

เขาในสภาพคล้ายหุ่นไล่กา
โพกผ้าตาหม่อง
กลางทุ่งนาสีเทาอดทรายแดงแห้งกรัง
จึงควรหาหนทางเลี่ยงเสีย
จึงสมควรหาทางแก้ไขเสีย
และหากถึงที่สุด
จึงถึงกาลละลาพาจากไกลเสีย.











ยามยอมย้ายที่ ยามนี้ไม่มีใครหลีกเว้น

ใครบ้างเล่า
ติดที่ติดทางติดร่างติดเรือน

หากยังอยู่ดี
หากยังมีแรง
หากยังยิ้มสวย
หากยังหัวเราะใส
หากยังสนทนาละไม
หากยังพอแบ่งปันน้อยใหญ่
หากยังไปมาว่องไว
หากยังเป็นที่พึ่งที่หวังได้
หากยังกินอิ่มนอนอุ่นตื่นเช้าใหม่ ๆ
หากยังเดินทางได้ใกล้ไกล
กลับมาดึกดื่นยังตื่นเช้าไหว
หากยังไม่ต้องใช้ใครพยุงยามย่างย้าย
หากยังไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ นาน ๆ
หากยังไม่นอนติดเตียงจนเกินรำคาญ
หากยังไม่หูดับตาดับ
ใครบ้างเล่าจะยอมย้ายที่
ใครบ้างเล่าจะยอมย้ายร่าง!

-----
ทางหอม
23.07.2565/2022
ฌาปนสถานวัดบ้านเหล่าโป่ ต.ทุ่งมน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร
งานคุณพ่อสัมฤทธิ์ สีหนารถ








วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ที่สูงส่งบรรจงใจ

อันใดเล่า
คือสวนดอกไม้สวยสุด
สูงส่งสุดในความสัมพันธ์ระหว่างเรา
ความรัก
ความสัตย์ซื่อ
ความจริงใจพิสุทธิ์ดวงดอกสะเลเตต้องน้ำค้าง
ความระลึกถึงยามห่างกัน
ความทรงจำดี ๆ ยามชีพวายวาง
ความยอมรับยามตัดสินใจ
ความหยัดแย้งยามไร้เหตุผลดีงาม
ความห่วงใยยามเจ็บป่วยไข้
ความเอาใจใส่ยามทุกข์ท้อรันทดหมดไฟหวัง
ความปรารถนาดียามริเริ่มบางสิ่ง
ความชื่นชมยามประสบชัย
ความอ่อนโยนยามหลงในการกระทำหยาบข่างกระด้างเขื่อง
ความโอนอ่อนผ่อนตามยามลื่นไหลในแผ่ผายคุณธรรมนำโคมทองส่องทางมิตร
ความนิ่งงามยามทุรนทุรายร่ายสบถ
ความเบิกบานชวนรื่นรมย์ยามเศร้าหม่น
ความเป็นกันเองยามตกเป็นทาสกรอบกรงของกฎเกณฑ์ล้าหลัง
ความว่างยามล้นทะลัก
อย่างนั้นหรือ อย่างนั้นไหม
อันใดเอ่ย
คือของขวัญระดับพรีเมียร์
สูงสุดแห่งมิตรภาพระหว่างเรา
หากจะถามฉันในวันฝนพรำสาย
ยามเธอเดินยิ้มกรายผ่านหน้าไป
ยามหัวใจยิ้มรับ
อุ่นเอมจริงแท้
พลัน! ระลึกถึงวันก่อน ๆ
ยามแดดแผดกล้าแทบจะเผาทุ่งข้าวขจีใหม้เป็นจุณเหลือค้างแค่เถ้าธุลีสีนิล
นั่น ยามนั่นแหละ
สิ่งสูงสูดปรากฏ
มิใช่แค่ครั้งสองครั้ง
แต่ทุกครั้ง มันเผยตัวแจ่มชัด
แทรกแสงสว่างอ่อนนวลชวนเคารพรัก
ทำลายม่านโกรธ-เกลียดจนสิ้น
ฉันขอสารภาพกับเธอ
"ยอมให้อภัย"
คือคำตอบ
ยอมให้อภัยเธอทุกสิ่ง
สูงสุดยิ่งแล้ว
ขอพรพลานุภาพความรักสักข้อ 
ขอสวนดอกไม้ชื่อพร้อมให้อภัย
จนแบ่งบานตราบนิรันดร์.

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สัมผัสอิ่มซึ้งซ่าน

บรรดารักสารพัน
อุดมการณ์อันใดนั้น เป็นเอก
อุดมทัศน์อันใดนั้น เป็นโท
อุดมคติอันใดนั้น เป็นตรี
นอกเสียจากว่า
เมียลูกต้องเลี้ยงดูชูช่วย
แม่พ่ออยู่ในสภาวะต้องดูแลใกล้ชิด
พี่น้องผองญาติสนิทต้องช่วยเหลือ
เพื่อนพ้องต้องเทคแคร์
เหมือนถูกสาปส่ง
ความรักชนิดวาววาบหวามสีบานเย็น
ความรักดั่งดอกสะเลเตต้องลมฝน
ความรักคล้ายทางไปนาหมาดฝนกรกฎา
ความรักเหมือนโนนเถียงนาอุดมผักยอดลวกแจ่ว
ความรักประหนึ่งเพลงตั๊แตนบนคันแทนาเขียวใหม่
สำหรับกำนัล
คนยิ้มยากมากหมองหม่น
คนร้องลำทำนองรอคอยไร้กำหนด
คนขี้อายคายคำสารภาพใจ
คนอาภัพเงินคำกำแก้ว
คนเขินอายแม้สายตาอ้อนในกระจกสะท้อนถึงเธอ
ไม่มีวันใช่ไหม
รื่นรมย์รัญจวนเคียงคู่
ฉ่ำหวานซ่านทรวงควงคู่
สบตาเยิ้มยวนชวนเดินคู่
รินร่ำคำสรรรำพันคู่
โอ วันคืนล่วงแล้ว
สามสิบ สี่สิบ ห้าสิบ...
ขวบความขมในคำตอบ
ยังกังวานบาดลึก
ตราบที่ตะวันเช้ายังสาดแสงอุ่น
ตราบที่สายฝนพร่างเปียกกระจกใจร้าว
นึกทวนทบ
ยังโชคดีนัก
ยังมีฤดูฝันให้คิดถึง
ยังมีทางคิดอ่านให้ต่อเติม
นั่นสิ ๆ 
ช่างโชคดีกระไรแล้ว!

ที่สุดของรัก

คลิก ฟังเพลงกันครับ ที่สุดของรัก  คือเห็นความงาม เป็นความจริงล้ำค่า ที่สุดของเข้าใจ คือแสงเช้าสาดต้องยอดยางนาต้นใหม่ เป็นความปรารถนาผ่องพริ้...