วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ซ่านทรวงใน




ในอกอึงคะนึง
ระหว่างความผิดบาป
กลางซอกหลืบความเศร้า
ไย...มิอาจลบเลือนเล่า

ความสุขแห่งความคิดถึง
แม้เพียงปลายก้อย
ของคำโพสต์แสนสั้น
อันอาจเทียมเท่าตึกระฟ้า
มหาภูผาตระหง่าน

หากซ่อนไว้
ลึกสุด
แผ่เผยเพียงแผ่ว
ในบทเพลงของหัวใจ
รำพันทุกวินาที
ขณะลมหายใจ
เฮือกสุดท้าย

โอ...
อันความซ่านทรวงใน
มิอาจเอ่ยคำ.

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สายลมเดือนเจ็ด

สายลมเดือนเจ็ด
ฝนไม่มาร่วมด้วย
ข้าวกล้าแห้งเหี่ยวเฉา
คล้ายชีวิตในโลกโรคระบาด

ความเจ็บไข้
แพร่กระจายความเจ็บใจ
เจ็บปวดรวดเร็วหลากไหล
ราวข่าวคราวในโลกออนไลน์

มนุษย์กะจ้อยร่อยเอ๋ย
แก่งแย่งทำร้ายกัน
ไม่ดูเลยรึ
สงครามระหว่างต้นไม้ใบหญ้า
มีไหม?

สายลมฝนเอ๋ย
โปรดปรานีข้าฯ
ให้กล้าข้าวได้ชื่นฉ่ำ
ให้ใบเขียวก่อง
ให้น้ำเต็มนา
ให้ปลาคืนน้ำ
ให้รักคืนใจ

สายลมเดือนเจ็ด
พัดพาชีวิตชีวาวันเก่าก่อน
ให้ความอุดมสมบูรณ์ร่มรื่นชื่นเย็น
ย้อนมาฝาก
ย้อนมาเตือน
ย้อนมารำลึก
ย้อนมาเริ่มต้นใหม่


-ทางหอม-
พฤ. ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕





วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

ผลัดใบคน ผลัดใบครู • ต้นไม้ชีวิต 1

จะว่าไปแล้ว ชีวิตคนเราหากเปรียบเป็นต้นไม้สักต้น สถานะและบทบาทหรือภาระหน้าที่แต่ละช่วงวัย อาจเปรียบได้กับใบที่ผลัดแต่ละรุ่น

รุ่นใบที่ผลัดไปแต่ละปี แต่ละห้วงนั้น ผลิเกิด แก่ แล้วผลัดไป

หากนับเป็นห้วงใหญ่ ๆ อาจมีใบผลัดจากต้นไม้ชีวิต ไม่กี่ชุด ได้แก่ ชุดใบเด็ก ชุดใบเรียน ชุดใบคน ชุดใบครู

ชุดใบเด็ก หน้าที่หลักคือ กินนอน ฝึกหัดช่วยเหลือตนเอง รับรู้ เตรียมพร้อมในครอบครัวสำหรับการเรียนรู้โลกกว้างต่อไป

ชุดใบเรียน หน้าที่เรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบข้างเพื่อการเรียนรู้ขั้นสูงขึ้น และการประกอบสัมมาอาชีพ

ชุดใบคน หน้าที่สร้างชีวิต สร้างครอบครัว สร้างตัวตน แสวงหาเงินทองสร้างฐานะ สร้างชื่อเสียง สร้างเกียรติยศ ด้วยความรู้ความสามารถที่สร้างสมมา

ชุดใบครู  ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์แก่ลูกหลานญาติมิตร รวมถึงผู้แสวงหาหนทางสร้างตน จำเพาะคนที่มีโอกาสได้รู้จักสื่อสารกันตามวาระชีวิต

ต้นไม้ชีวิตคนเรา ผลัดใบแต่ละชุดในห้วงเวลาแตกต่างกันไป ตามความพร้อมตามเหตุปัจจัยของแต่ละคน

บางชีวิตอาจใช้เวลาผลัดใบนานมากในบางชุดใบ นั่นแสดงว่าชุดใบนั้นเขียดสดไม่เหลืองเหี่ยวเฉาแห้งง่าย และใช้เวลาน้อยนิดในบางชุดใบ นั่นแสดงว่า ชุดใบนั้นไม่สมบูรณ์ ขั้วใบติดเชื้อโรค อากาศไม่ดี แดดแรง ลมแรง ฝนชุม ไม่เหมาะแก่การยืนระยะตามที่ควรเป็น

เมื่อเรามองชีวิต ผ่านต้นไม้ชีวิตเช่นนี้ "ครู" ในนามสัมมาอาชีพหาเลี้ยงตน สร้างชีวิต ก็เป็นเพียงชุดใบคน หาได้มีความหมายยิ่งใหญ่กินความให้ต้องบังคับสืบทอดศรัทธามากเกินหน้าเกินตาไปกว่าสัมมาอาชีพอื่นใดเลย

ตรงข้าม ต้นไม้ชีวิตใด มีชุดใบแต่ละชุด เกิดมา แก่ตัว แล้วร่วงลาผลัดใบไป ในห้วงเวลาอันเหมาะสม กลมกลืนกับสภาวะแวดล้อม มีคุณค่า ควรค่าแก่การเข้าไปสัมผัสเรียนรู้เอาเป็นครูสอนสั่งสาระเสริมจิต สานก่อพลังชีวิตเสริมใจ สร้างแรงบันดาลให้เป็นต้นไม้ชีวิตได้เติบโตงอกงามได้ นั่นแหละ ๆ แน่แท้ "ครู" อย่างควรไหว้คารวะด้วยใจบริสุทธิ์

______________________
ความเรียง โดย ครูกะเลา
อา.3 ก.ค.2565






วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เวลาให้อายุ จัดสรรประสบการณ์

อายุได้มาด้วยเวลา
ประสบการณ์ก็ได้เวลาช่วยจัดสรร
คืนวันสีอะไรส่องโลมไล้ชีวิต
เดือนปีผลิดอกผลหอมเพียงไหน
ยามเพ่งจ้องตาอายุยามสาย ๆ
เห็นรอยยิ้มหรือหยาดน้ำตา
อายุใช่แค่ตัวเลข นี่มันแท้เด
ในอายุมีประสบการณ์รวมอยู่
หากแต่ ต่างคนต่างมีไม่เท่ากัน
มีแตกต่างกันสารพัดสารเพ
ประสบการณ์ในอายุสองซาวปลาย
มากน้อยอยู่ที่ลงมือทำ ทำ ทำ...
ทำทำทำ... ทำจริง ทำถ้วน 
ทำถี่ ๆ ยิ่งได้มากครั้ง มากรอบ มากหมากผล
ผิดหวังมาก ๆ ๆ เป็นผู้รู้
แพ้มาก ๆ ๆ เป็นผู้ตื่นรู้ยิ่ง
เสียใจมาก ๆ ๆ เป็นผู้ตื่นรู้สู้อดทน
อายุน้อยร้อยล้านความล้มเหลว
เป็นผู้เคยคุ้นเจนจัดถนัดเชี่ยวชาญ
ประสบการณ์สั่งสมล้นใจ
อายุสยบยอม

•ทางหอม•
ส.18.06.2565/2022

วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ทิวงามยามเช้า•ชีวิตในธรรมชาติ

แสงอรุณฮุ่งแจ้งแพงค่าราคาใจ
แจ้งขึ้นมายามใด๋ก็ตื่นตามาเช้า
งานนาคนปลูกข้าวสมัยไถลงหว่าน
เถิงบ่ยากปานใด๋ แต่บ่ง่ายแท้ๆ หลายเงินปุ้มจ่ายทำ

แนมเบิ่งทิวแทวไม้ไหวลมเช้าใหม่
เขียวสดใสจ่ายคุ้นอรุณนี้จือจำ

นั่นก้านกล้วยกวยแกว่งไปมา
นกนาซุมหมอลำจ่ายผะหยาเทิงกกหว้า
แนมทิวหญ้าโนนหัวนาคาใบก่อง
แนมทิวหญ้าคันแทกว้างก่วยกอ

งามบ่แพ้ทิวไม้ป่าเลยโพนหอม
ซุมกะยอมใบหนาก่อแกมส้มแบงติ้ว
ซุมเล็บแมวลอมคอมค่ายยางเครือทังผีผ่วน
ยายกอเป็นแนวฮั้วนาสวนฮู้ฮ่อมแดน

แสนสะออนดอนไม้ ออนซอนนาฝนใหม่
ทิวไม้เขียวแข่งค้าราคาคุ้นแก่นใจ แท้เด.

บาวทิ ยางชุมน้อย
พฤ.16.06.2565/2022

วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2565

บ้าน

แผ่นดินถิ่นเกิดกาย
เรือนลำเนาที่ชุบเลี้ยง
บ้านฉันมีแม่พ่อญาติมิตรสนิทสนมหลากหน้าหลายตา
มีเสียงสนทนาสำเนียงรักและหวัง
เรือนป้าลุงรายล้อม พี่ๆ น้องๆ ใกล้ชิด
รอบบ้านงามป่ากล้วย มะม่วง มะขาม มะเฟือง กระถิน งิ้ว หม่อน...
แสงแดดแสงเดือนฉายสาดส่องต้องดินทรายลานบ้าน งามนวล
เช้าใหม่หมาดฝนเมื่อคืนผ่าน ดูสะอ้าน เอิบอิ่ม
สายลมพรมพลิ้วเถาเครือบวบระดะดอกเหลืองบานแย้มแต้มสีสัน
วาบไหวก้านใบกล้วยเคล้าเสียงเพลงลำจากวัดลอยเวี่ยวอนเว้า 
อีกไม่นานจะให้ลูกเขียวนึ่งใส่ปลาหอมหวาน
แมวหนุ่มนอนหมอบที่นอกชานยามสายอากาสแจ่มใส
หมาแก่นอนข้างแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน
ปู่นายฮ้อยจากไปนานแล้ว
ลูกๆ ของย่าทยอยออกเรือนไปทีละคนสองคน
ลูกชายคนรองสุดท้ายกับลูกสะใภ้และหลานอยู่ดูแล
คอกควายใต้เรือนหอมกลิ่นฟางหญ้าแกลบใหม่
ข้างบันไดไม้หอมช่อดอกกอมหาสงห์
น้ำในโอ่งมังกรรินไหลราดรดเช้าค่ำ
น้ำในแอ่งดื่มกินบนร้านไม้ใกล้ๆ ก็เติมชื่นเย็นฉ่ำ
ใกล้ๆกัน แนวต้นน้อยหน่า กำลังออกดอกต้อนรับฝนใหม่มิถุนายน
อีกฝั่งชายคา ยุ้งข้าวทอดตัวใต้ร่มเงามะขามสาว
เล้าเป็ดไข่อยู่ใต้ถุนยุ้ง เด็กชายตัวน้อยไล่ต้อนเข้าเล้าตอนเย็น
ตอนเช้า แกะขี้ตามาเก็บไข่ไปรวมไว้ในกระติบข้าวเก่า
ต้มไข่เป็นเมนูพื้นฐาน ตุ่นไข่ใส่หอมแดงซอยเป็นเมนูรสเลิศ
ยามเช้าแม่ก่อไฟเตาฟืนนึ่งข้าวทำอาหาร
หอมแกงเห็ดป่าใส่ยอดติ้วใบแมงลักลอยมาน้ำลายไหล
พ่อแบกไถไปทุ่งนาแต่เช้ามืด
ย่าตำหมากเคี้ยว รอเวลาลงเรือนหูกทอผ้าไว้ให้ลูกหลาน
ความรักในบ้านกระจายตัวในงานในหน้าที่ในความผูกพัน
ภาพอดีตมิอาจหวนคืน
บ้านเปลี่ยนโฉมแปลงร่างต่างตามิต่างใจ
เวทมนต์อันใดร่ายใส่
เวลาสมยอมกับความเป็นไป
บ้านกวักมือเรียกหลานชายย่า
กลับสู่วันคืนที่ไม่อาจหวนคืน

ทางหอม
ศ.3มิ.ย.2565

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565

เว่า

ทุกเช้า ทุกสาย ทุกบ่าย ทุกเย็น
โลกยังวนเวียน เวียนว่ายไม่รู้ทางสว่างแจ้ง
...ท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชม...
อย่างไรก็ต้อง...ก็ควรจะ...
ไม่เช่นนั้นแล้ว....
เพื่อสังคม...บ้านเมือง...
รู้ดี รู้กระทั่งว่าอะไรเป็นอะไร ๆ ใคร ๆ อย่างไร ๆ
ราวกับอาวตารจากฟ้ามาดิน
หน้าที่เว่าจาพูดต่อหน้ากล้อง กระจายไปทั่งปฐพีทุกขอบฟ้า
นั่งดูเรื่องราวในคลิป อ่านตัวหนังสือในหน้ากระดาษ
เคยไปไหนไกลสุด นานสุด
อย่าว่าอย่างนั้นเลยท่านเอย
หากคำเว่าท่านพาดพิง ด้อยค่า ดูถูกดูหมิ่นถิ่นแคลน
จนอยากจะสั่งจะสอนชาวดินกินกับหญ้า...
ได้โปรด ขอสักเดือนก็ดี สักครึ่งปี หรือสักปีเถิด
ไปเป็นชาวดิน นอนกับดินกินกับหญ้า
จะได้เห็น ได้สัมผัส ได้รู้ ได้เข้าใจ ได้อืมมมม....
จากนั่น จะกลัยมาเว่าจาต่อหน้ากล้องอีกก็เชิญ
เมื่อมีข่าวพี่น้องชาวดินมาอยู่ตรงหน้า
จะคอยดูคอยฟังว่าคำจาเว่า
จะยังเป็นเทวดาอาวตารมาสอนสั่งอย่างเคยไหม
หรือว่าจะค่อยๆ คิด ค่อยๆ อธิบายไปตามเรื่อง
มิต้องใช้สายตาสวมชุดเหลืองชุดสูทบนหอคอยอีก
ใช้ใจ ใช้สติ ใช้ความเท่ากันเทียมกัน ค่อยๆ เว่าจา
ไม่มีใครดีเด่นดังโด่งเกินใคร
ไม่มีใครไม่อยากรวยอยากสบาย
ไม่มีใครไม่รู้คิดไม่รู้ค่าตนค่าคนอื่น
เพียงแต่บางครั้งบางครา
อะไรๆ สิ่งใดๆ ก็ไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิดใจวาดหวัง
มันทลมีที่มา มันที่ฐานมีทุนของมัน
มันมีทางมีท่ามีคลองมีห้วยมีหนองมีเซมีลำมีสายของมัน
บางอย่างมันแก้ไม่ได้ มันแก้ยาก มันมิอาจแก้ด้วยตัวเองได้
ถึงจะอยากแก้อยากเปลี่ยนแปลงอยากให้มันดีมันงามมีเป็นไปในทางวัฒนะ
ถึงจะอยากได้อยากดีอยากมีมั่งดั่งใครเขา
โปรดเข้าใจบ้างเถิด โปรดเผื่อใจบ้างว่า
หากเป็นคุณๆ ท่านๆ ในภาววิสัยอย่างนั้นๆ
อัตวิสัยของคุณของท่านจะเป็นเช่นไร
จะออกมาดีงามอย่างที่ท่านเจตนาสอนสั่ง
หรือจะมุ่นอุ้ยปุ้ยคือกันกับเฮา
คำเว่าเอยคำเว่าจาว่าให้ว่าร้ายว่าสอนสั่งถั่งโถม
ปานดินภูสไลด์ยามฝนห่าใหญ่ตกถล่มทลาย
โอคำพูดต่อหน้ากล้อง
โอความหวังดีปนลระสงค์ด้อยค่า
อาจโดยรู้ตัวไม่รู้ตัวก็ดี
ขอจงกลายเป็นเพียงในนิยายนิทาน
ขออย่าได้ขยายเชื้อพิษเชื้อโรคร้ายต่อไปอีกเลย...

ทางหอม
พฤ.2 มิ.ย. 2565

ที่สุดของรัก

คลิก ฟังเพลงกันครับ ที่สุดของรัก  คือเห็นความงาม เป็นความจริงล้ำค่า ที่สุดของเข้าใจ คือแสงเช้าสาดต้องยอดยางนาต้นใหม่ เป็นความปรารถนาผ่องพริ้...