วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

คุยคนเดียว

บ้าไปแล้ว
ตายไปแล้ว
สิ้นไปแล้ว
ละลาย
หายวับ
รู้สึกถึงความชาเย็นเฉียบ

โอความรัก

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

จากโพนถึงโนนเถียง

ระหว่างตรงนั้น
ต้นหญ้าหวานสดเป็นหมู่
คลองผักบุ้งใสเป็นสาย
บรรจงเดินชมเป็นสหาย
โลกตรงหน้าเป็นธรรม

ระหว่างตรงนั้น
เสียงนกนาจากต้นหม่อน
ในโนนเถียงนา
ฟังคล้ายเพลงลำเดิน
...เดินดงดั้นไปเดียวดั้นเดี่ยว
...ไปต่อตั้งเติมเต้าแต่งประสงค์

ระหว่างนั้น
ความใหม่ยังไม่มาถึง
ความเก่ายังไม่หวนคืนคลอเคียง
กระเทียมตั้งต้นแผ่นใบสล้าง
ในโพนดินสีขี้เถ้า
ดูคล้ายกองเกวียนผู้คน
สองฝั่งของเคลื่อนขยับขยาย
เชื้อสายลายล่องเลื่อนหลอมไหลไม่สุดสิ้น
แท้หนอ

---
ทางหอม l คำแต้มตามใจ
อัง.14.02.2566/2023

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ของขวัญวันเกิดเดือนกุมภา

ลำพังตัวเขาเองแล้ว วันเกิด วันคล้ายวันเกิด ก็เท่านั้น ก็แค่วัน ๆ หนึ่ง สำคัญก็คือให้รำลึกถึงแม่ที่ทนเจ็บปวดคลอดเราออกมาบืมตาดูโลก ครบถ้วนในรูปลักษณ์คนเดินด้วยสองเท้า

แต่วันก่อน วันที่เป็นวันที่ 3 กุมภา ดูตามปฏิทิน 100 ปี ประกอบคำบอกเล่าของพ่อแม่ และลายมือพ่อที่เขียนอยู่หลังใบสูติบัตรแล้ว ไม่ผิดแน่ 3 

"สามกุมภาข้าเกิด เปิดโลกหล้าสง่าแสน" เขาด้นกลอนสด

มันจะธรรมดา ที่จะไม่มีใครคนใด ที่ใกล้ชิด รู้จักเขา ให้ของขวัญ ให้คำอวยพรใด ๆ เพราะความจริงสิ่วนี้ เขาไม่เคยโพนทะนาให้ใครฟัง ไม่เคยโพสต์ลงออนไลน์ให้ใครอ่าน มันเก็บอยู่ในความทรงจำและความคิดคำนึงเฉพาะตัวเขาเท่านั้น

แต่แล้ว โดยไม่คาดคิด หญิงสาวที่เขาแอบคิดถึง แอบปลื้มปริ่มอมยิ้มให้กับโลก ที่มีเรื่องให้ต้องอธิบายทำความเข้าใจกันมาเกินสองครั้ง ในช่วงที่รู้จักกัน และเขาพยายามสื่อสารด้วยภาพถ่ายเองบ้าง ด้วยข้อความที่คิดเองบ้าง ในกล่องข้อความโต้ตอบกันทางออนไลน์ ใช่! เธอส่งดวงใจสีขาวมาให้เขาและไม่ถึงนาทีเธอก็กดยกโป้งให้กับดวงใจที่เธอส่งมา

นี่จะให้เขาคิดเช่นไรเล่า คิดไปในทางใดได้บ้างเล่า

เธออาจส่งสารมาบอกเขาว่า เธอรักเขาด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่มีข้อแม้ ไม่มีขีดขั้นจารีตศีลธรรมใด ๆ จะมากั้นขวางดวงใจสีขาวบริสุทธิ์ที่มอบให้แก่กันและกันได้ ลึกลงไปในสัญลักษณ์ดวงใจสีขาวผ่องนั้นเล่า "มีความรักอยู่ใช่ไหม มีความห่วงใยอยู่ด้วยหรือไร" เขาคิดในสายของวันต่อมา ขณะขับรถไปที่ทำงาน

แน่ทีเดียว ชั่วขณะที่ข้อความถูกส่งมาถึงเขานั้น หัวใจเขาพองโต แน่สิ เขายิ้ม ยิ้มเปี่ยมสุข เขาไม่ลังเลที่จะตอบกลับเธอด้วยดวงใจสีขาวที่เขาตั้งเป็นสถานะข้อควาทด่วนไว้หลายเพลานักแล้ว และเช้าวันต่อมาเขาก็กดยกโป้งให้กับหัวใจที่ส่งไปถึงเธอเช่นกัน

ขณะเขานั่งจิบกาแฟในร้านร้างผู้คน ในยามสายของวันทำงานวันหนึ่ง ปัดดูรูปเธอที่ถือวิสาสะ โหลดมาจากเฟสเธอ "นี่ใช่ไหม คนที่ใจคิดถึงไม่วาง" เขาถามตัวเอง

ในห้วงคำนึงของเขา ...ช่างโชคดีนัก ที่คนเราเกิดมาเจอคนที่ตนรู้สึกดี ๆ เมื่อเจอหน้า รู้สึกดีมากกว่าเมื่อห่างตา รู้สึกห่วงหาเมื่อไกลกัน แม้พยายามจะลืม จะสลัดออกด้วยเหตุผลใด ๆ ผ่านเดือน หลายเดือน ไม่สิ ไม่ถึงเดือนสองเดือนดีดอก ความคิดถึงห่วงใยห่วงหา อยากพบ อยากเห็นหน้า มันก็วนเวียนมาอีก

วันคล้ายวันเกิดปีนี้ ชีวิตย่างเดินสู่ปีที่ห้าสิบเข้าให้แล้ว เขาอาจโชคดี โชคดีที่ได้ของขวัญเป็นดวงใจสีขาวจากเธอ และจะโชคดีตลอดไปแน่ เมื่อเขาสามารถถนอมดวงใจที่ได้รับมาให้ขาวสะอาดบริสุทธิ์เช่นนี้ตลอดไป.

--------
ฮีอันวา
อังคาร.7.02.2023/2566

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ค่ำคืนดวงใจสีขาว

• เริ่มใช้ชีวิตในขวบปีใหม่อีกปี
สองวันมานี้ สินะ สองวันมาแล้วนี่
ในเร็ววันเราต้องไปกราบแม่พ่อ
•อยากไปยล ไปเยี่ยมยามถามข่าว
ทุ่งท่านาสวนที่เคยเติบโตมา
เส้นทางคุ้นเคยขี่ควายไปนา
นาที่เคยเลี้ยงควาย
นาที่เคยป้านคันแท
นาที่เคยไถทำตกดำกล้าข้าว
นาที่เคยไล่ตั๊กแตน หากบเขียดปูปลา
โนนเถียงนาที่เคยพักเซาเนายั่ง
คือสิมีเสียงเพลงลำขับกล่อมตลอดเวลาอยู่นั่นเทียว
•ขวบปีที่ครึ่งศตวรรษงั้นหรือ
นี่เราเดินทางมาไกลโขนัก
ไกลจากบ้านเกิด
ไกลจากทุ่งท่านาสวน
ไกลจากกลิ่นโคลนนาดินป่าหญ้าฟางทางหอม
ไกลจากวัยเยาว์เก่าก่อน
•ค่ำคืนนี้
เรามีเราที่เข้าใจดูแลเราอยู่?
จริงใช่ไหม? แน่ใช่ไหม? อย่างนั้นใช่ไหม?
จะหาใครมาเข้าใจดูแลเราเท่าเราไหม?
หากจะมีสักคน
ก็คน ๆ หนึ่งนั้นแน่แท้
ที่ดูแลกายใจตนเอง
เท่าที่กายใจเธอดูแลตัวเธอเองด้วยหัวใจ
•ขวบปีแห่งความหมายนี้
ค่ำคืนแห่งรอยยิ้มนี้
...เบิกบานและอารมณ์ดี...
ค่ำคืนของดวงใจสีขาวกลีบดอกสะเลเต.

คลิกชม ☺ลำต้นบึกบึน ธรรมชาติสวยงาม🤗

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566

ระหว่างทางของใครกันเล่า

สายลมพัดพาให้น้ำในหนองมีระลอกคลื่น
ระลอกคลื่นพัดพาสวะ
ไปออกันที่ปลายคลื่น












ชีวิตเดินทาง
อุปสรรคและความฝันผลักดัน
ให้เดินหน้าสู่เป้าหมาย

เป้าหมายที่วาดหวัง
ดีงามสวยสด
ชื่นใสและรื่นรมย์

แต่เมื่อด้นดั้นฟันฝ่า
จนถึงที่หมาย
ใครจะรู้ได้เล่า
บางทีที่ตรงนั้น
อาจหมักหมมเรื่องร้ายและยุ่งยากมากมายเหลือเกิน
เกินจะรับไหว
เกินจะทานทน

ระหว่างทาง
ทุกขณะ ทุกนาที ทุกชั่วโมง ทุกวันคืน
จึงควรเป็นเวลาที่เรา
จะปรุงชีวิตให้สะพรั่ง
ด้วยช่อพะยอมนาละมุนหอม
ด้วยช่อสะเลเตสะอ้านหอม
จะดีต่อใจมากมายไหมหนอ

lทางหอมl
อัง.31 มกรา 2566/2023

♡☺คลิกดูคลิปSHORTS ในเนื้อหาคล้าย ๆ กัน 
ตรงลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยเดอ🤗

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566

วัยกับใจ ใครว่าไม่ต่าง

"วัยมีส่วนทำให้คนเราคิดเกี่ยวกับบางสิ่ง ต่างไปจากเดิม"

คำพูดข้างต้น อาจใช้ไม่ได้กับคนที่ยังอ่อนวัย
คำพูดข้างต้น อาจดูเหมือนจงใจพูดให้ขัดแย้งเพื่อดึงดูดความสนใจ
แต่เปล่าเลย ถึงวัยนี้ ถึงตอนนี้ บอกได้เลยว่า มันเกิดขึ้นจริง ๆ กับตัวเอง
ไม่ได้เสแสร้งแกล้งว่า ไม่ได้ดราม่าอะไรแต่อย่างใด


เรื่องที่คิดต่างไปเรื่องแรก ที่อยากเล่าไว้
ก็คือเรื่องแรงดึงดูดใจจากเพศตรงข้าม
เมื่อก่อน ที่ได้เห็นผู้หญิง หญิงสาว...
รู้สึกว่าสนใจ อยากมอง อยากสำรวจ...
รู้สึกว่าเห็นแล้ว สวย งาม ชุ่มชื่นหัวใจ


ยิ่งพบหญิงสาวที่ถูกใจ ถูกจริตกัน 
รู้สึกว่า หากเราได้อยู่ใกล้ชิด ได้พูดคุย คงจะดี
นึกวาดฝันไปไกล... ไปในทางรื่นรมย์ เข้าทำนองเพ้อฝัน
แม้จะรู้สึกตัวว่า เป็นความฝัน 
แต่ใจเราก็ยังยอมให้ความฝันนั้นมันเดินทาง
เดินทางไปกับหญิงสาวที่ตนเลือก 
ที่ตนยิ้มหัว อิ่มอกอิ่มใจ แม้แค่ยามคิดถึง 
ยามคิดห่วงหาอาทรเพียงลำพัง
เธอคนนั้นจะรู้หรือไม่ เธอคนนั้นจะคิดอย่างไร ไม่ได้ใส่ใจเลย
ขอให้มีเธอในความคิดถึง ในความฝันทั้งกลางวันกลางคืน


ความรู้สึกดีใจ ชื่นใจ เกิดขึ้นเสมอ แม้เจอคนที่คล้าย ๆ เธอคนนั้น
อดกระอิ่มยิ้มย่อง หัวใจพองไม่ได้ เพียงแค่เธอหันมาสบตา
เพียงแค่เธอหันมายิ้มน้อย ๆ 
เพียแค่เธอเอ่ยวาจาทักถามสักหน่อย
เพียงแค่เธอ...


และยามที่หัวใจเบิกบาน มองหญิงสาวคนอื่น ๆ
สั่งใจ สอนใจ ไม่อาจให้ใครมาแทนที่เธอได้ 
แต่ก็อดชื่นชมความงาม ความน่ารักของหญิงสาวคนอื่นไม่ได้อยู่ดี
เป็นการมองแบบที่ผีเสื้อชมดอกไม้หรือไม่ ก็ไม่อาจรู้ได้ เพราะไม่เคยเป็นผีเสื้อ


แต่ที่แน่ ๆ ห้วงเวลาชีวิตที่ผ่านมา ก็เป็นเช่นนี้
"มองผู้หญิงแล้วมีความสุข ปรุงปรนเปรอตนเองไปได้ไม่รู้เบื่อ"


กลับกันเหลือเกินกับใจในวัยของวันนี้
คงไม่ว่ากันนะ คุณผู้อ่าน
นี่ไม่ได้อวดเก่ง อวดว่าตนเข้าถึงความจริงจนปลง วาง ปล่อยราคะได้ดอก
แต่ขณะช่วงเวลานี้ วันนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เดือนที่ผ่านมา
รู้สึกว่า ผู้หญิง หญิงสาว... ก็เป็นสัตว์โลกธรรมดา ๆ
ผ่านสายตา ผ่านมุมมองแล้วก็ผ่านไป
จิตใจไม่มีสิ่งใดเกี่ยวกับเธอ ๆ ติดค้างอยู่


แต่นั่นแหละ วัฏฏะ กงเกวียนวงเวียนความคิดอ่าน
มันคงเล่นตลก ไม่แน่ดอก พรุ่งนี้ มะรืนนี้...
ความรู้สึกดีงามหวามไหวเมื่อได้ยลสตรีเพศ
อาจกลับมาสู่หัวใจผู้เขียน
และมันอาจมาแบบถาโถม 
จู่โจมจนหัวใจในวัยวันข้างหน้านั้น
ยอมศิโรราบหมอบคลาน
ไปอยู่แทบเท้าสายตาชะม้อยชะม้ายของเธอ 
ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
อันนี้ก็ไม่อาจคาดเดา หรือพยากรณ์ล่วงหน้าได้.



วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566

ทางก้าวการประพันธ์ในวันลังเลสงสัย

• เมื่องานการประพันธ์ไม่ใช่งานที่มาก่อน สำหรับทำแล้วมีเวินตอบแทนมาเลี้ยงชีพได้

มันเป็นแค่งานแห่งความรัก แห่งความปรารถนา เป็นฝันที่อยากให้มันงออกงาม

เป็นความพอใจส่วนตัว มากกว่าจะเป็นความเห็นพ้องและส่งเสริมของคนในครอบครัว

เป็นแค่งานอดิเรก งานรองจากงานที่ต้องไปทำงานเช้าและกลับบ้านตอนเย็น 

หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า "งานประจำ"


• การทำงานประจำมาเกิน 25 ปี ทำให้เราได้รู้จักตัวตนของตนได้หลายส่วน


• ส่วนแรกคือ ได้รู้จักขอบเขตความอดทนของตน

โดยเฉพาะช่วงหลังปีที่ 15 ถึงปีที่ 20 เป็นช่วงที่ทรมานใจมาก 

เพราะเมื่อรู้งาน รู้ระบบ รู้คน รู้ไส้พุงของเนื้องาน และรู้ว่าตัวเองอยู่จุดใดแล้ว

เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะไม่ตัดสินมัน 

คำตัดสินว่ามันไม่ดีไม่งาม หรือเข้าทำนอง น่าจะดีกว่านี้ไหม

มันเข้ามาเป็นข้อมูลในการคิด ประมวลผลว่า

เราจะไปต่อไหม ไปต่อในลักษณะใด ไปต่อนานแค่ไหน

หรือเราจะถอย จะถอน จะเลิกทำ ไปทำอย่างอื่น

คำตอบที่ได้ ก็จะถูกส่งไปสู่ส่วนที่สอง


• ส่วนที่สองคือ ได้รู้จักทบทวนเป้าหมายแห่งชีวิตจริง ๆ ของตนเอง

ว่าตกลง งานประจำที่ทำอยู่ มันไม่ใช่คำตอบแน่ ๆ

งานประจำตอบสนองแค่รายได้สำหรับใช้จ่ายในชีวิต

แต่วันได้กลืนกิน หัก คิดบัญชีเวลาของชีวิตไปเรียบร้อย

แม้จะพยายามจัดการ จัดสรรเวลาแล้วอย่างไร 

มันก็ยังแวบไปกัดกินเวลาส่วนตนอยู่ดี ๆ


•เวลาส่วนตนที่ว่า คือ เวลาที่เราจะมีฟรีสำหรับกลับไปดูแลพ่อแม่บ้าง

และเวลาสำหรับการพัฒนางานประพันธ์ที่รัก ที่เป็นเป้าหมายของชีวิต


•หวังไว้ว่า เมื่อเราลงมือจริงจัง เต็มที่เต็มเวลากับงานเขียนงานประพันธ์

เราก็สามารถจะมีผลงานต่อเนื่องออกมาอย่างชวนยินดี

เราสามารถใช้ช่องทางผ่านสื่อออนไลน์ สำหรับเผยแพร่

และมันจะให้ดอกผลเป็นรายได้กลับมาอย่างแน่นอน 

ผมเชื่อของผมอย่างนี้ เชื่อว่ามันเป็นไปได้ และจะเป็นไปได้ดีด้วย


•แต่ตอนนี้ ยังลังเลสงสัยอย่างเดียวว่า

เงินรายได้ของตนที่จะได้รับรายเดือนจากการลาออกจากงานประจำนั้น

มันจะพอให้เรามีชีวิตดีพอที่จะมีสมาธิสร้างสรรค์งานประพันธ์ได้จริงหรือ?

ในเมื่อเรามิใช่ตัวคนเดียว เรายังมีครอบครัวที่ต้องดูแล

นับดูแล้วก็หลายชีวิต หลายปากหลายท้องด้วยสิ


•คิด ๆ ดู มาถึงวันนี้ อายุกำลังจะก้าวพ้นปีที่ 49 และกำลังจะล่วงเข้าสู่ปีที่ 50 แล้ว

เราสมควรตัดสินใจหรือยังกับการอยู่ต่อไปในระบบงานประจำ

หรือจะออกไปทำงานเขียนเลี้ยงตัว


• ยังลังเลสงสัยอยู่ละสิ!  ใจเจ้าเอย...


ที่สุดของรัก

คลิก ฟังเพลงกันครับ ที่สุดของรัก  คือเห็นความงาม เป็นความจริงล้ำค่า ที่สุดของเข้าใจ คือแสงเช้าสาดต้องยอดยางนาต้นใหม่ เป็นความปรารถนาผ่องพริ้...